
สิงคโปร์โอดวิศวกรมีไม่พอ
เอสเอ็มอีอ่วมหนักเด็กวิศวะจบใหม่เมินแห่ทำงานภาคการเงินรายได้สูงกว่า
เอสเอ็มอีอ่วมหนักเด็กวิศวะจบใหม่เมินแห่ทำงานภาคการเงินรายได้สูงกว่า
เอสเอ็มอีลอดช่องโอด ขาดแรงงานวิศวกรรม หลังเด็กจบใหม่แห่ทำงานภาคการเงิน เหตุรายได้สูงกว่า
ฟิลิปปส์ เลียว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟงเชิง ผู้นำด้านอุตสาหกรรม แม่พิมพ์และงานขึ้นรูปความเที่ยงตรงสูงในสิงคโปร์ แสดงความกังวลว่า แนวโน้มภาวะขาดแคลนแรงงานทางวิศวกรรมในอนาคตอันใกล้อาจฉุดรั้งศักยภาพการขยายตัวของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ดำเนินธุรกิจทางด้านอุตสาหกรรมและลุกลามกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศที่ต้อง พึ่งพาภาคการผลิตและอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนหลักอีกด้วย
ทั้งนี้ ในแต่ละปีมหาวิทยาลัยในสิงคโปร์ทั้งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง สามารถผลิตนักศึกษาที่มีทักษะด้านวิศวกรรมได้ถึง 4,000 คน ทว่าสัดส่วนของนักศึกษาที่เข้าสู่ตลาดแรงงานในฐานะวิศวกรมีจำนวนลดลงต่อเนื่อง หลังจาก นักศึกษาส่วนใหญ่เลือกทำงานในภาคธุรกิจและการเงินมากกว่า อันเป็นผลมาจากสัดส่วนรายได้ที่สูงกว่า
รายงานอ้างผลสำรวจเมื่อปี 2013 พบว่า สัดส่วนเงินเดือนเริ่มต้นของ นักศึกษาจบใหม่ด้านวิศวกรรมอยู่ที่ราว 3,000 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 7.5 หมื่นบาท) ซึ่งน้อยกว่านักศึกษาที่จบด้านธุรกิจราว 100200 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 2,500-5,000 บาท)
ด้วยเหตุนี้ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี จึงไม่สามารถดึงดูดแรงงานได้ดีเพียงพอ เนื่องจากสามารถเสนอเงินเดือนได้อย่างจำกัดในอัตราเริ่มต้นเท่านั้น
นอกเหนือจากปัจจัยด้านอัตราเงินเดือนที่ต่ำกว่าภาคธุรกิจแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้นักศึกษาจบใหม่มักเลือกทำงานในบริษัทขนาดใหญ่มากกว่านั้น มาจากเหตุผลเรื่องความมั่นคงทางหน้าที่การงาน เนื่องจากเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังไม่เป็นที่รู้จัก
ในประเด็นดังกล่าว ซากี โมฮัมเหม็ด สมาชิกคณะกรรมการฝ่ายรัฐสภาด้าน แรงงาน มองว่า เอสเอ็มอีสามารถดึงดูดแรงงานจบใหม่ให้มากขึ้นผ่านการโปรโมทจุดแข็งของธุรกิจ เช่น เรื่องราวการฝ่าฟันอุปสรรคจนประสบความสำเร็จของ ผู้บริหารหรือเจ้าของธุรกิจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับแรงงานรุ่นใหม่ได้รับรู้ว่าบริษัทมีความมั่นคงและมีศักยภาพการเติบโตมากน้อยเพียงใด







