posttoday
โอท็อปขอรัฐจัดงานภูธรรับกำลังซื้อคึก

โอท็อปขอรัฐจัดงานภูธรรับกำลังซื้อคึก

04 กุมภาพันธ์ 2557

โอท็อปขอรัฐจัดงานแสดงสินค้าภาคเหนืออีสาน กำลังซื้อคึก หนี กทม.ซบเซา

โอท็อปขอรัฐจัดงานแสดงสินค้าภาคเหนืออีสาน กำลังซื้อคึก หนี กทม.ซบเซา

นายพรพล เอกอรรถพร ประธานเครือข่ายโอท็อปแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า อยากให้ภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ หันมาจัดงานแสดงสินค้าโอท็อปในตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น ทั้งในภาคเหนือและอีสาน เพราะภาพรวมเศรษฐกิจขยายตัวดี กำลังซื้อของผู้บริโภคอยู่ในระดับสูง และยอดนักท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มขึ้นมาก ซึ่งหากภาครัฐกระจายจากจัดงานออกไปในพื้นที่ดังกล่าว จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการโอท็อปอย่างมาก ขณะที่การจัดงานใน กทม.นั้น พบว่า ผู้บริโภคยังไม่มีอารมณ์ในการซื้อสินค้า

พร้อมกันนี้ อยากให้การวางนโยบายส่งเสริมและพัฒนาโอท็อปของภาครัฐไม่ให้เกิดปัญหาทับซ้อนกัน เพื่อให้การวางนโยบายในด้านต่างๆ ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการมากที่สุด เพราะขณะนี้การวางนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการโอท็อปไปทำตลาดต่างประเทศของกรมการพัฒนาชุมชนและกระทรวงพาณิชย์อาจจะมีความซ้ำซ้อนกันบ้างในบางเรื่อง รวมทั้งควรมีนโยบายทำให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็งและไม่มีจุดอ่อนในการทำธุรกิจ

นอกจากนี้ อยากให้ภาครัฐสนับสนุนผู้ประกอบการโอท็อปให้พัฒนาการออกแบบสินค้า สร้างแบรนด์ และเพิ่มการดีไซน์สมัยใหม่มากขึ้น และมุ่งลดต้นทุน เพื่อทำให้สินค้ามีราคาไม่แพง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม เชื่อว่าจะส่งผลดีให้ผู้ประกอบการโอท็อปสามารถแข่งขันได้ในระยะยาวและอยู่รอดในตลาดได้ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการโอท็อปของไทยยังสามารถที่จะขยายตลาดออกไปในภูมิภาคอาเซียนได้อีกมาก เพราะสินค้าไทยมีจุดเด่น มีวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างมาก

“ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนนั้น ธนาคารภาครัฐและธนาคารเอกชน ก็มีการส่งเสริมผู้ประกอบการโอท็อปจำนวนมาก เชื่อว่าผู้ประกอบการจะไม่มีปัญหาเข้าถึงแหล่งสินเชื่ออย่างแน่นอน แต่สิ่งสำคัญมากสุดคือ ผู้ประกอบการต้องมุ่งสร้างแบรนด์ พัฒนาการดีไซน์สินค้า และลดต้นทุนให้มากที่สุด” นายพรพล กล่าว

สำหรับยอดขายสินค้าโอท็อปในงานโอท็อป ซิตี้ 2013 ที่จัดขึ้นวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 6 ก.พ.นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ไม่คึกคักเมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะจัดงานหลังจากผ่านเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว ประกอบกับได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศและเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยอดขายสินค้าโอท็อปในปีนี้ คาดว่าจะเติบโต 510% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะสินค้าโอท็อปได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคคนไทยและกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ประกอบกับผู้ผลิตก็มุ่งที่จะพัฒนาสินค้าเพิ่มขึ้น จึงช่วยกระตุ้นตลาดโอท็อปให้คึกคักมากขึ้น ส่วนภาพรวมผู้ประกอบการรายใหม่ในตลาดนั้น มีการเปิดตัวใหม่ในตลาดไม่มากนัก เนื่องจาก สินค้าโอท็อปมาจากภูมิปัญญา และวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น จึงส่งผลให้การเปิดตัวสินค้าใหม่แต่ละรายการต้องใช้เวลานาน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท