
ห่วงสิ่งทอย้ายฐานผลิตพุ่ง
ปี’56หนีลงทุนเพื่อนบ้านกว่า2,000ล้านรัฐเร่งทำแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการ
ปี’56หนีลงทุนเพื่อนบ้านกว่า2,000ล้านรัฐเร่งทำแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการ
สถาบันอุตสาหกรรมสิ่งทอ จับตาผู้ประกอบการย้ายฐานผลิตเพื่อนบ้านเพิ่มจากปี56 มูลค่ากว่า2พันล้านบาท เร่งแผนปี57 ผ่านโครงการสมาร์ทแฟบริค
หวั่นอุตสาหกรรมสิ่งทอย้ายฐานผลิตเพิ่มเท่าตัว รัฐเร่งทำแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการ
นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า ในปี 2557 นี้ ยังต้องจับตากลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มสิ่งทอไทย โดยเฉพาะในประเด็นการตัดสินใจย้ายฐานการผลิตเครื่องนุ่งห่มสำเร็จรูปไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกหรือไม่ เนื่องจากในปี 2556 พบว่า มีการย้ายฐานการผลิตจากไทยไปยังกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เวียดนาม พม่า) เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว หรือมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท จากปี 2555 มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
สำหรับกลุ่มประเทศที่ผู้ผลิตจากไทยย้ายฐานไปมากที่สุด คือ กัมพูชา เวียดนาม และพม่า โดยเฉพาะประเทศพม่าที่มีการขยายตัวด้านการลงทุนย้ายฐานการผลิตจากไทยสูงขึ้นมาก แต่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ในปีนี้ เพราะยังต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน อาทิ ทุน โครงสร้างพื้นฐานแต่ละประเทศ รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น เป็นต้น
นางสุทธินีย์ กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในปี 2556 ยอดตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย. คิดเป็นมูลค่าการส่งออกที่ 6,969.25 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตเพิ่มขึ้น 3.78% มีมูลค่านำเข้าอยู่ที่ 4,401.55 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตลดลง 4.20% โดยแนวโน้มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มปี 2557 คาดว่าภาพรวมการส่งออกยังมีการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 78% จากการส่งออกกลุ่มวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ภาพรวมมูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี (ต.ค.-ธ.ค. 2556) มีอัตราการเติบโตราว 3.6% จากปัจจัยผลิตภัณฑ์เครื่องนุ่งห่มสำเร็จรูปที่เติบโตติดลบ 2% จากความต้องการในตลาดสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐ ต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลดลงและหันไปสั่งซื้อสินค้าจากกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มอีวีแทน เป็นต้น
“ในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้มี 2 ประเทศ คือ ไทยและอินโดนีเซีย ที่มีศักยภาพแข็งแกร่งแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการควรเร่งหันมาเพิ่มมูลค่าด้านเส้นใยจากวัตถุดิบเพิ่มขึ้น เพื่อให้เป็นตลาดหรือแหล่งซื้อวัตถุดิบเส้นใยการผลิตที่มีคุณภาพ หรือหันมาผลิตสินค้าประเภทของตกแต่งสิ่งทอ อย่างกระดุม ซิป เป็นต้น” นางสุทธินีย์ กล่าว
พร้อมกันนี้ สถาบันยังเตรียมแผนดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มสิ่งทอไทยในปี 2557 ภายใต้กิจกรรมหลักดังนี้ โครงการสมาร์ทแฟบริค (Smart Fabric) โครงการพัฒนาเส้นใยธรรมชาติ โครงการพัฒนาเส้นใยผ้ามาตรฐานอียู เป็นต้น เพื่อผลักดันให้เป็นส่วนหนึ่งตามยุทธศาสตร์ศูนย์กลาง (ฮับ) ในภูมิภาคอาเซียนด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ ภายในปี 2559 โดยเฉพาะต้นน้ำที่ไทยมีความแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคนี้







