posttoday
กฟผ.เดินหน้าลุยลงทุน

กฟผ.เดินหน้าลุยลงทุน

04 กุมภาพันธ์ 2557

สุญญากาศทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบันส่งผลให้เกิดความเป็นห่วงต่อการดำเนินนโยบายของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยกลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ

สุญญากาศทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบันส่งผลให้เกิดความเป็นห่วงต่อการดำเนินนโยบายของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยกลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถือเป็นหน่วยงานหลักในการจัดหาปริมาณกำลังการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ โดยแผนการดำเนินงานในปี 2557 ยังคงมีเป้าหมายหลักในการดูแลความมั่นคงด้านไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

สุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึง แม้ขณะนี้จะอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ แต่ในช่วงปี 2557-2558 กฟผ.ยังไม่มีแผนก่อหนี้ แต่จะใช้สภาพคล่องของ กฟผ.ในการดำเนินงานไปก่อน

แผนการลงทุนในปีนี้ กฟผ.จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าและโครงการลงทุนต่อเนื่องของโรงไฟฟ้าวังน้อยชุดที่ 4 โรงไฟฟ้าจะนะ 2 โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ 2 ชุดที่ 2 เงินลงทุนประมาณ 3.9 หมื่นล้านบาท โดยจะต้องจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่ม 1.3 หมื่นล้านบาท เดิมมีแผนจะระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมาใช้ในการสร้างโรงไฟฟ้าพระนครเหนือขุดที่ 2 กำหนดวงเงินไว้ 1.7 หมื่นล้านบาท แต่อาจต้องชะลอแผนออกไปก่อนเนื่องจากต้องนำเรื่องเสนอเข้า ครม.อีกครั้ง ทั้งนี้ จะไม่กระทบต่อฐานะการเงินของ กฟผ. ทั้งในปี 2557 และปี 2558 เพราะ กฟผ.มีกำไรสะสมและส่วนหนึ่งนำมาใช้ได้

สุนชัย กล่าวว่า ประเด็นที่ยังมีความกังวลคือโครงการลงทุนที่ต้องนำเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยเฉพาะโครงการลงทุนระบบสายส่ง 500 เควีไปภาคใต้วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท และโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 47 เงินลงทุน 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ควรจะล่าช้า เพื่อให้มีความต่อเนื่องของผลิตไฟฟ้า เพราะจะกระทบความมั่นคงระบบไฟฟ้าในภาคเหนือได้ โดยกระทรวงพลังงานได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้พิจารณาขอความเห็นชอบแล้ว

ด้านการซื้อไฟฟ้าต่างประเทศหลายโครงการที่ได้รับการอนุมัติไปแล้วหลายโครงการได้ในพม่าและลาว ได้แก่ โครงการหงสาลิกไนต์ โครงการไซยะบุรี โครงการน้ำเงี๊ยบ และโครงการน้ำงึม ซึ่งโครงการเหล่านี้ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยภาพรวมการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศมีเพียงพอ บนพื้นฐานความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 4% แต่สิ่งที่เป็นห่วงตอนนี้ในระยะยาวกำลังผลิตไฟฟ้าจะมากเกินกว่าความต้องการหรือไม่ หากเศรษฐกิจไทยไม่โตอย่างที่คาดการณ์ไว้และอาจมีผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่สูงเกินความจำเป็น

สุนชัย ประเมินว่า ในปี 2557-2559 ค่าพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในระบบจะขยายตัวเฉลี่ย 3.8% โดยกำลังผลิตไฟฟ้าที่จะเข้าระบบ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 2 กำลังการผลิต 848 เมกะวัตต์ เข้าระบบปี 2559 และโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนรายเล็กประเภทโคเจนเนอเรชั่นจำนวน 3 โครงการ กำลังการผลิตตามสัญญารวม 270 เมกะวัตต์ เข้าระบบระหว่างปี 2558-2559 ซึ่งหวังว่าโครงการต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้จะเดินหน้าตามแผนงาน เพื่อช่วยรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศให้เพียงพอกับความต้องการ ไม่มีความเสี่ยงด้านไฟฟ้าอีกต่อไป

สุนชัย กล่าวว่า สถานการณ์การใช้ไฟฟ้าในปี 2556 มีการขยายตัวเพียง 0.1% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้จะเติบโต 4% โดยเฉพาะเดือน ธ.ค. การใช้ไฟฟ้าติดลบ 10% ซึ่งเกิดจากปัจจัยลบหลายด้านที่ทำให้การใช้ไฟฟ้าในปีที่ผ่านมาไม่เติบโตเท่าที่ควร ทั้งภาวะเศรษฐกิจ การเมือง ปัญหาน้ำท่วมต่อเนื่อง และสภาพอากาศที่เย็นลง

สำหรับการใช้ไฟฟ้าในปี 2557 คาดการณ์จะขยายตัว 3% บนพื้นฐานของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ระดับ 4% ซึ่งจะต้องติดตามตัวเลขการใช้ไฟฟ้าในแต่ละเดือนอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวอีกว่า แนวโน้มอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) รอบถัดไปเดือน พ.ค.-ส.ค. 2557 ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทั้งการประเมินการใช้เชื้อเพลิงช่วง 4 เดือนแรกของปีและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งขณะนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจะทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงมากขึ้น ถ้าหากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีมีโอกาสที่ค่าไฟฟ้าจะปรับเพิ่มขึ้นได้ โดยในปี 2556 ค่าเอฟทีเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น 5 สตางค์ต่อหน่วย

ถึงปัจจุบัน กฟผ.ได้เข้าไปช่วยรับภาระในการตรึงค่าเอฟทีไว้มียอดสะสมอยู่ประมาณ 1,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท