
LVTระดม350ล้านลงปูนพม่าปั้นกำไร
แอลวีที เพิ่มทุน 350 ล้านบาท ทุ่มลงทุนโรงปูนซีเมนต์ในพม่า สร้างสินทรัพย์ถาวรและกำไรระยะยาว
แอลวีที เพิ่มทุน 350 ล้านบาท ทุ่มลงทุนโรงปูนซีเมนต์ในพม่า สร้างสินทรัพย์ถาวรและกำไรระยะยาว
นายวิชัย ตันติกุลานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.วี.เทคโนโลยี (LVT) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเพิ่มทุนจำนวน 807,677,462 หุ้นแบ่งจัดสรรขายผู้ถือหุ้นเดิมที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 19 มี.ค.นี้ จำนวนไม่เกิน 538,451,641 หุ้น ในอัตรา 1.28 ต่อ 1 ในราคาหุ้นละ 0.65 บาท และได้ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) สัดส่วน 2 หุ้นใหม่ต่อ 1 วอร์แรนต์ ซึ่งจะได้รับเงินจำนวน 350 ล้านบาท ส่วนหุ้นเพิ่มทุนที่เหลือเตรียมไว้แปลงสภาพวอร์แรนต์ ในราคา 1 บาท เป็นเวลา 4 ปี
“หุ้นเพิ่มทุนล็อตนี้เป็นส่วนบริษัทไม่สามารถขายให้แก่นักลงทุนเฉพาะเจาะจงได้ เนื่องจากราคาหุ้นได้ตกต่ำตามสภาพตลาดจนต่ำกว่าราคาที่เสนอขาย ส่วน LVTW3 เหลือมากกว่า 172 ล้านหน่วย และจะหมดอายุลงในวันที่ 14 ก.พ.นี้ คาดว่าจะไม่มีการใช้สิทธิจึงไม่ได้รับเงินตามที่คาดการณ์ไว้” นายวิชัย กล่าว
วัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุน บริษัทจะใช้เงินจำนวน 265 ล้านบาท ไปลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อยคือ Ceminter Pte.Ltd เพื่อให้ถือหุ้น 51% โดยบริษัทดังกล่าวจะเข้าไปถือหุ้น 30% ในบริษัท Max Manufacturing ซึ่งเป็นบริษัทในพม่าที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายซีเมนต์ โดยมีกำลังการผลิต 1,500 ตันต่อวัน และคาดว่าการปรับปรุงโรงงานจะแล้วเสร็จในปี 2557 ส่วนเงินอีก 85 ล้านบาท จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
นายวิชัย กล่าวว่า การร่วมทุนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการทำธุรกิจของ LVT จากเดิมที่มีรายได้หลักจากการเป็นที่ปรึกษาและให้บริการด้านวิศวกรรม โดยต้องหางานใหม่ๆ เข้ามาป้อนตลอดเวลา แต่หลังจากที่บริษัทร่วมลงทุนสร้างสินทรัพย์ถาวรในโรงปูนซีเมนต์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้และกำไรที่ต่อเนื่องในระยะยาว โดยคาดว่าบริษัทจะเริ่มรับเงินปันผลภายในปี 2560
“โรงปูนซีเมนต์ในพม่ามีศักยภาพการเติบโตสูง เนื่องจากมีความต้องการใช้สูงมากประมาณ 6.5 ล้านตันต่อปี แต่มีกำลังผลิตรวมกันประมาณ 2.2 ล้านตัน แม้ในปี 2557 จะมีเพิ่มขึ้นอีก 1.5 ล้านตัน และอีก 1 ล้านตันในปี 2558 ก็ตาม ขณะที่ความต้องการเพิ่มขึ้น 15% ต่อปี”







