
ลาออกจากงานประจำของคุณซะ
ใครๆ ก็อยากอิสระครับ ...แต่ถามจริงๆ เถอะคนที่อยากอิสระจากงานประจำที่จำเจ คุณแน่ใจนะว่าคุณเข้าใจความหมายของการมีอิสระจริงๆ ...ผมเองเคยทำทั้งงานประจำและก็ทำทั้งธุรกิจส่วนตัว ผมบอกได้เลยว่า ธุรกิจส่วนตัวอิสระทางใจครับ แต่ร่างกายสุดจะปวดร้าว (ร่างกายเหมือนถูกจองจำตลอด 7 วัน เพราะผู้ประกอบการไม่เคยมีวันหยุด ...ขอย้ำ!! ถ้าคิดว่าลูกจ้างขาดอิสระแล้ว ผู้ประกอบการตัวเล็กๆ อย่าง SME ขาดอิสระยิ่งกว่าลูกจ้าง เพราะเขาต้องทำงาน 7 วัน) ...สมัยที่ผมจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ช่วงนั้นไฟแรงมาก กระแส Dot Com ยังคงฮือฮา เด็กหนุ่ม รวย Trend ของ Young Rich รวยเร็ว ...เอาไงดี? ผมถามตัวเองว่าเอาไงดีอ่ะ
ใครๆ ก็อยากอิสระครับ ...แต่ถามจริงๆ เถอะคนที่อยากอิสระจากงานประจำที่จำเจ คุณแน่ใจนะว่าคุณเข้าใจความหมายของการมีอิสระจริงๆ ...ผมเองเคยทำทั้งงานประจำและก็ทำทั้งธุรกิจส่วนตัว ผมบอกได้เลยว่า ธุรกิจส่วนตัวอิสระทางใจครับ แต่ร่างกายสุดจะปวดร้าว (ร่างกายเหมือนถูกจองจำตลอด 7 วัน เพราะผู้ประกอบการไม่เคยมีวันหยุด ...ขอย้ำ!! ถ้าคิดว่าลูกจ้างขาดอิสระแล้ว ผู้ประกอบการตัวเล็กๆ อย่าง SME ขาดอิสระยิ่งกว่าลูกจ้าง เพราะเขาต้องทำงาน 7 วัน) ...สมัยที่ผมจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ช่วงนั้นไฟแรงมาก กระแส Dot Com ยังคงฮือฮา เด็กหนุ่ม รวย Trend ของ Young Rich รวยเร็ว ...เอาไงดี? ผมถามตัวเองว่าเอาไงดีอ่ะ
ในที่สุดผมตัดสินใจเดินทางไปเรียนต่อประเทศออสเตรเลีย แบบในใจครุ่นคิดตลอดเวลาว่า จะแวบมาทำธุรกิจส่วนตัวให้ได้ ...ท่องไปเรื่อยๆ อย่างใจจดใจจ่อว่า ผมจะต้องมีกิจการส่วนตัวให้จงได้ ...และแล้วผมก็สมหวัง ด้วยผ่าน Drama ต่างๆ นานา ผมกลายเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยในประเทศออสเตรเลีย ที่เรียกว่า หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว (ในเวลานั้น) ...หลังจากที่เป็นเจ้าของกิจการแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาลุยธุรกิจทันที ด้วยการวางแผนการตลาดแบบที่เรียนมาตามสูตร Product, Price, Place และ Promotion เอาทุกแบบที่เรียนจากตำรามาให้ครบ
เริ่มจาก Product อาหารร้านผมต้องอร่อยสุดยอด ถูกปากใช้วัตถุดิบที่ดี, Price ราคาอาหารผมต้องถูกกว่าคู่แข่ง, Place เลือกไม่ได้ เพราะที่ตั้งร้านมันตั้งอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร เอาวะช่างมัน Skip ข้อนี้ไปก่อน, Promotion ผมจำสมัยเรียนมหาวิทยาลัยว่า เอานี่เลย นวัตกรรมซื้อ 10 แถม 1 แบบชาไข่มุก ...ก็วางแผนเรียบร้อย ก็นั่งออกแบบเมนู และ Promotion Kit เอง แล้วไปจ้างโรงพิมพ์ ให้พิมพ์ทั้งเมนูและใบปลิวเตรียมลุยการตลาดเพื่อเปิดตัวร้านใหม่ในเมือง ...แถมจัดไปอีกดอกด้วยการลงโฆษณาการเปิดตัวของร้านอาหาร Contemporary Thai Restaurant & Takeaway ไทยแนวร่วมสมัย Concept อาหารเพื่อสุขภาพ Fit Food in a Box ...เรียกว่า สุด Hip อ่ะ ที่ว่ามาทั้งหมด เรียกได้ว่าทุ่มเต็มหน้าตัก เวลานั้นเรียกว่ากระเป๋าฉีกหมดจนเครียดว่า ตกลงกรูจะเอาเงินที่ไหนมาจ้างพนักงานเนี่ย ...ไม่เป็นไร เดี๋ยวทำเองก่อนเปิดแรกๆ ลูกค้าคงไม่เยอะ น่าจะรับมือได้
เปิดปั๊บ!! ร้านอาหารผมมีคนวิ่งมาเต็มจนล้น ...ลูกค้ายืนรอเป็นแถว ผมดีใจมาก ...แต่สักพักปัญหาก็เกิดขึ้นในวันแรกเลย!! ด้วยความไม่พร้อมในเรื่องพนักงาน และการขาดประสบการณ์ในการบริหาร ลูกค้าเริ่มรอนานจนหงุดหงิด ...อาหารออกมาผิด ...บางจานไม่อร่อย ...คือเรียกว่า จบวันลูกค้าด่ายับว่า ห่วย!! ...หลายๆ คนสาปส่งและไม่กลับมาอีกเลย
ครับ!! นั่นคือตำนานการเปิดตัวร้านอาหารของผมที่เริ่มด้วย “ห่วย!!” ก่อนที่ดันทุรังทำต่อไป ลุยไป แล้วก็วางแผนขยายออกไปเรื่อยๆ อีกหลายสาขา ...ประเด็นที่อยากจะชี้ให้เห็นคือ ทุกขั้นตอนในทางเดินของผู้ประกอบการมันมีปัญหาและอุปสรรคที่เราไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า ดังนั้น ชีวิตของผู้ประกอบการก็คือ Trouble Shooter คือ แก้ปัญหารายวันไปเรื่อยๆ ...วันนี้พนักงานไม่มา วันต่อไปลูกค้าท้องเสีย แล้วแจ้งองค์กร Food & Safety ว่าร้านเราสกปรก เดี๋ยวพนักงานไปแจ้งว่าเราให้ค่าจ้างไม่ถูกกฎหมาย ทั้งที่ทุกคนก็ทำกัน แต่เขาจะไม่แจ้งจนกว่าจะมีปัญหาหรือเขาจะออก ...แสบมาก ปัญหาอยากจะจ้างคนไทยไปทำงานเพื่อลดค่าแรง ปัญหาคนงานไทยที่ปรับตัวไม่ได้ ปัญหาเรื่อง Immigration ที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการจ้างงาน ปัญหาเรื่องการจ่ายภาษี ปัญหาลูกค้าไม่พอใจต่างๆ นานา แล้วก็ไปบอกต่อเพื่อนๆ ปัญหาๆๆ ...คิดแบบนี้ ถ้าคุณว่าการทำงานประจำหนักแล้ว การเป็นเจ้าของกิจการคูณเข้าไป 10 เท่าในจุดเริ่ม แล้วคูณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเชิงของจิตใจและความเครียด ...นายของลูกจ้างน่ารำคาญแล้ว นายของผู้ประกอบการก็คือ ปัญหานี่แหละ ถูกต้อง!! ผู้ประกอบการผู้อิสระมี “ปัญหา” เป็นนาย
แต่เดี๋ยวก่อน ผมไม่ได้ทำลายความฝันการลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว แต่ผมอยากให้คุณเตรียมตัวก่อนจะออก เพราะแน่นอนหากคุณต้องการความร่ำรวยในชีวิต โดยเฉพาะในยุคนี้ คุณต้องมีธุรกิจส่วนตัว (ลูกจ้างไม่มีทางรวย) ...การเป็นลูกจ้างในปัจจุบัน มันกลายเป็นการต้องแข่งขันและข้อจำกัดทางตำแหน่งต่างๆ ที่คนเดิมก็นั่งทับตำแหน่งสำคัญไว้ เหลือเพียงแรงงานระดับล่างที่เปิดรอให้นักศึกษาจบใหม่ หรือคนไร้ประสบการณ์อย่างเด็กใหม่มาเติมเต็ม ...ถ้าคุณไม่ทำงานนั้น เขาก็หาเครื่องจักรมาทำงานแทน จบข่าว!!
อย่างไรก็ตาม งานประจำก็มีข้อดีคือ มีเงินประจำ แต่มันเป็น Active Income ที่คุณต้องเอาแรงงานและเวลาไปแลกเงิน ...สิ่งที่คุณต้องหาเพิ่มก่อนจะคิดลาออกจากงานประจำก็คือ รายได้ประจำที่เป็น Passive Income คือ เงินที่เข้ามาโดยที่เราไม่ต้องทำอะไร ซึ่งมาจากการลงทุน เช่น รายได้จากค่าเช่า รายได้จากเงินปันผลจากการลงทุน (หุ้น)
คำแนะนำสั้นๆ จากผม สำหรับคนที่อยากมีอิสระจากงานประจำก็คือ พยายามสร้าง Passive Income ให้มากที่สุด เช่น สร้าง Port ออมในหุ้น เพื่อเป็นกระสุนสำรองในยามที่คุณประสบปัญหา ซึ่งรับประกันว่ามีแน่นอน ...ยังไงก็ลองศึกษาเตรียมตัวกันดู สู้ สู้ ผมเอาใจช่วยครับ!!







