
ความท้าทายท่องเที่ยวเกาหลีใต้
เกาหลีใต้นับว่าประสบผลสำเร็จมากด้านการท่องเที่ยว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 9.8 ล้านคน ในปี 2554 เป็น 11.3 ล้านคน ในปี 2555 และเพิ่มขึ้นเป็น 12.2 ล้านคน ในปี 2556 โดยมีปัจจัยหลักจากความนิยมในภาพยนตร์ซีรีส์และเพลงเกาหลีใต้ในต่างประเทศที่เรียกกันว่าคลื่นหรือกระแสนิยมเกาหลี หรือฮันริว ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก
เกาหลีใต้นับว่าประสบผลสำเร็จมากด้านการท่องเที่ยว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 9.8 ล้านคน ในปี 2554 เป็น 11.3 ล้านคน ในปี 2555 และเพิ่มขึ้นเป็น 12.2 ล้านคน ในปี 2556 โดยมีปัจจัยหลักจากความนิยมในภาพยนตร์ซีรีส์และเพลงเกาหลีใต้ในต่างประเทศที่เรียกกันว่าคลื่นหรือกระแสนิยมเกาหลี หรือฮันริว ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก
แต่การท่องเที่ยวเกาหลีใต้ยังมีจุดอ่อนหลายประการ โดยหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้เห็นว่าต้องปรับปรุงในหลายด้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเพิ่มนักท่องเที่ยวเป็น 20 ล้านคน ภายในปี 2561
ประการแรก นักท่องเที่ยวต่างชาติจะมาเที่ยวที่กรุงโซลและพื้นที่ใกล้เคียงมากกว่า 70% จึงต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นๆ ให้มากขึ้น และนักท่องเที่ยวต่างชาติมาท่องเที่ยวซ้ำยังมีอัตราต่ำ คือ 40% เทียบกับคู่แข่งสำคัญ คือ ญี่ปุ่น สัดส่วนสูงถึง 60%
ประการที่สอง ยังมีเสียงบ่นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายประการ เช่น คนเกาหลีใต้ไม่เข้าใจภาษาต่างประเทศ ไม่มีบุคลิกอ่อนหวานและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมากนัก
ประการที่สาม ขาดสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ป้ายให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ปัญหาจราจรติดขัด
ประการที่สี่ ปัญหาค่าเงินวอนของเกาหลีใต้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่น อีกทั้งผ่อนปรนวีซ่าเข้าญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นได้แย่งตลาดท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ไปได้มาก โดยนักท่องเที่ยวไปยังญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 10.4 ล้านคน ในปี 2556 ใกล้จะไล่ทันเกาหลีใต้
ประการที่ห้า ปัญหาต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว ปัญหาทัวร์ราคาถูก บริการไม่ดี มักนำนักท่องเที่ยวไปแวะร้านขายของที่ระลึก ร้านขายโสมเกาหลี ฯลฯ โขกค่าสินค้าราคาแพง สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอย่างมาก คล้ายกับปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญในไทย ซึ่งเป็นเรื่องหนักอกของหน่วยงานของเกาหลีพยายามแก้ไขปัญหาโดยใช้มาตรการต่างๆ เช่น
ประการแรก จัดตั้งตำรวจท่องเที่ยวขึ้นนับเมื่อเดือน ต.ค. 2556 โดยตำรวจสามารถพูดได้หลายภาษา เช่น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจากปัญหาอาชญากรรมและแนะนำแหล่งท่องเที่ยว
ประการที่สอง เทศบาลกรุงโซลได้ประกาศจะให้รางวัล 5 แสนวอน หรือ 1.5 หมื่นบาท กรณีรายงานพฤติกรรมของแท็กซี่ที่คิดค่าโดยสารจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในอัตราสูงเกินปกติ หากนักท่องเที่ยวรายงานต่อคอลล์เซ็นเตอร์ พร้อมกับแสดงหลักฐาน เช่น ใบเสร็จรับเงิน รูปถ่าย
ประการที่สาม เดิมเทศบาลกรุงโซลมีแผนจะจ่ายชดเชยแก่นักท่องเที่ยวกรณีถูกต้มตุ๋นเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว แต่ต้องล้มเลิกไปเนื่องจากไม่เหมาะที่จะนำเงินงบประมาณจากภาษีของประชาชนมาใช้จ่ายด้านนี้ จึงและเปลี่ยนมาเป็นขอความช่วยเหลือจากสมาคมท่องเที่ยวกรุงโซลเพื่อดำเนินการแทน
ล่าสุด ได้ประกาศเมื่อเดือน ม.ค. 2557 ว่า กรณีนักท่องเที่ยวถูกเก็บค่าบริการหรือชำระค่าสินค้าในพื้นที่ 7 เขตของกรุงโซล อย่างไม่เป็นธรรม สามารถติดต่อคอลเซ็นเตอร์ เพื่อเจ้าหน้าที่จะไปสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมเจรจาให้ได้รับเงินคืนจากร้านค้า แต่หากเจรจาไม่สำเร็จจะจ่ายชดเชยที่ถูกโกงรายละไม่เกิน 3 แสนวอน หรือ 9,000 บาท







