posttoday
แบงก์เตือนเศรษฐกิจพังอย่าปั่นคนแห่ถอนเงิน

แบงก์เตือนเศรษฐกิจพังอย่าปั่นคนแห่ถอนเงิน

04 กุมภาพันธ์ 2557

ชลลดา อิงศรีสว่าง

ชลลดา อิงศรีสว่าง

ศึกระหว่าง กปปส.และรัฐบาลยังดำเนินไปอย่างเข้มข้น และขณะนี้กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างสาหัสให้แก่ชาวนา ที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นกลุ่มคนที่เดือดร้อนอย่างสาหัสมากที่สุด เนื่องจากจำนำข้าวแล้วไม่ได้รับเงิน จนต้องไปกู้หนี้นอกระบบมากินมาใช้จนต้องลุกขึ้นมาปิดถนนเพื่อกดดันรัฐบาล โดยไม่รู้ว่าที่ไม่ได้รับเงินมาจากเหตุใดกันแน่

เหตุผลที่ชาวนาไม่ได้รับเงินค่าข้าว เป็นเพราะรัฐบาลไม่มีเงิน จำเป็นต้องกู้เงินมาให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาจ่ายให้ชาวนา โดย จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปช. ขึ้นเวทีแถลงเมื่อวานนี้ว่า รัฐบาลต้องเร่งหามาตรการช่วยเหลือชาวนา ทั้งนี้ สังเกตเห็นว่ามีกลุ่มธนาคารพยายามปิดกั้นช่องทางไม่ให้รัฐบาลกู้เงินช่วยเหลือชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ภายใต้วิธีคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้รัฐบาลเดือดร้อน เพื่อจะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ แต่ธนาคารเหล่านี้ไม่เคยคิดว่าวิธีการดังกล่าวจะทำให้ชาวนาเดือดร้อนอย่างไร

“ธนาคารพวกนี้เป็นพวกกลุ่มธนาคารในเครือข่ายอำมาตยาธิปไตยที่ต้องการให้รัฐบาลล้มจนต้องไปลงที่ชาวนา อยากให้กลุ่มธนาคารเหล่านี้คิดบ้างว่าหากประชาชนพร้อมใจกันถอนเงินออกจากธนาคารทั่วประเทศ ธนาคารจะอยู่ได้หรือไม่” จตุพร กล่าว

แต่เหตุผลที่สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวกับผู้ชุมนุมว่าต้นเหตุที่รัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวได้ เพราะไม่วางแผนงานล่วงหน้า รัฐบาลค้างจ่ายเงินชาวนามานานถึง 6 เดือนแล้ว เกิดขึ้นก่อนหน้าการชุมนุมของ กปปส. เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ กปปส.เลย แต่รัฐบาลพยายามโยนบาปมาให้

และเช่นเดียวกับ ทาง กปปส.ก็เชิญชวนประชาชนไปถอนเงินออกจากธนาคารที่ให้กู้กับโครงการนี้ เพราะเป็นการส่งเสริมให้มีการคอร์รัปชั่น เนื่องจากกำลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งคณะกรรมการสอบสวน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นอกจากชาวนาแล้ว คนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงคือ ธนาคารพาณิชย์ บางธนาคารโดนลูกค้าถอนเงินไปเยอะ และหากปล่อยสถานการณ์อยู่เช่นนี้ต่อไปจะสร้างปัญหาใหญ่กับระบบเศรษฐกิจ

ธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า จะโกรธเกลียดใครอย่างไร ก็อย่าไปยุยงให้คนมารุมถอนเงินจากธนาคาร

ตอนนี้อุณหภูมิในความรู้สึกคนค่อนข้างจะร้อนแรง มีความหวาดระแวงกันไปทั่ว แต่วิญญูชนอย่างเราต้องใช้สติพิจารณาปัญหาต่างๆให้ครบถ้วน และที่สำคัญต้องเข้าใจว่าการกระทำของเรานั้น มันจะส่งผลต่อสังคมในวงกว้างหรือไม่ อย่างไร

“ผมขออนุญาตออกมาเตือนสติบางท่านว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะเอามาพูดกันเล่นๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า การยุยงให้เพื่อนๆ ออกไป รุมถอนเงินธนาคารแม้เพียงแห่งเดียวนั้น มันสามารถเป็นอันตรายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของทุกๆ คนในที่สุด”

ธีรนันท์ ระบุว่า ระบบธนาคารนั้นเปรียบเสมือนกับหัวใจของระบบเศรษฐกิจ การสร้างกระแสข่าวและความรู้สึกให้คนเห็นว่าตัวเองควรจะรุมถอนเงิน ธนาคารใดธนาคารหนึ่งนั้นเสมือนกับการยุยงให้คนเอามีดกรีดเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจสักเส้นหนึ่งให้บาดเจ็บจนเลือดไหล แต่การกระทำที่เหมือนน้ำผึ้งหยดเดียวแบบนี้คือ การตั้งใจทำลายหัวใจทั้งอัน แล้วคนคนนั้น (หรืออีกนัยหนึ่งคือประเทศชาติ) ก็อาจจะต้องตายไปเองในที่สุด

ระบบธนาคารหรือการเงินของประเทศนั้น มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องกันเหมือนกับกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งกล้ามเนื้อแต่ละชิ้นต้องทำงานอาศัยซึ่งกันและกัน การรุมถอนเงินธนาคารใดก็ตาม หากมีปริมาณที่มากพอก็จะทำให้เกิดความตื่นตระหนก รุมถอนเงินกันเป็นลูกโซ่ ธนาคารนั้นก็จะทำงานตามปกติของตัวเองต่อไม่ได้ เสมือนกับเส้นเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนหยุดทำงาน ทุกธนาคารนั้นมีธุรกรรมเชื่อมโยงกับลูกค้าและสถาบันการเงินอื่นๆ อยู่มากมาย คนที่กำลังรอรับเงินจากธนาคารนั้นก็จะไม่ได้เงิน และเกิดการลามต่อเนื่องไปยังที่อื่นๆ แบบไฟลามทุ่ง สถานการณ์นี้หากแก้ช้าไม่ทันการณ์ก็จะทำให้เส้นเลือดและกล้ามเนื้อชิ้นอื่นตายตามไปด้วยอย่างรวดเร็ว แม้ตอนเริ่มต้นจะไม่ได้ถูกทำร้ายก็จะเกิดความเสียหายและเสี่ยงต่อการพังทั้งระบบได้ โดยง่ายเหมือนกับการหัวใจวายอย่างเฉียบพลัน ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงปี 2540

ดังนั้นจะโกรธเกลียดใครอย่างไร ก็อย่าไปยุยงให้คนมารุมถอนเงินจากธนาคารแห่งใดแห่งหนึ่งเลย “ถ้าเกิดพังกันขึ้นมาจริงๆ คนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ที่อยู่ใกล้ๆ กับตัวคุณนี่แหละ” ธีรนันท์ ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท