posttoday
ธุรกรรมเงินต่างประเทศพุ่งไทยไต่อันดับที่ 30 ของโลก

ธุรกรรมเงินต่างประเทศพุ่งไทยไต่อันดับที่ 30 ของโลก

04 กุมภาพันธ์ 2557

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลการสำรวจข้อมูลธุรกรรมเงินตราต่างประเทศและธุรกรรมอนุพันธ์ (OTC) ปี 2556 ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำรวจทุกๆ 3 ปี เพื่อสร้างความโปร่งใสในตลาด พบว่า ในเดือน เม.ย. 2556 ประเทศไทยมีการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 73% จากช่วงเดียวกันของปี 2553 หรือปรับขึ้นจากเฉลี่ย 7,400 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน ไปอยู่ที่ 1.28 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลการสำรวจข้อมูลธุรกรรมเงินตราต่างประเทศและธุรกรรมอนุพันธ์ (OTC) ปี 2556 ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำรวจทุกๆ 3 ปี เพื่อสร้างความโปร่งใสในตลาด พบว่า ในเดือน เม.ย. 2556 ประเทศไทยมีการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 73% จากช่วงเดียวกันของปี 2553 หรือปรับขึ้นจากเฉลี่ย 7,400 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน ไปอยู่ที่ 1.28 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน

อัตราดังกล่าวนับเป็นระดับการเติบโตที่สูงกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับการเติบโตของโลก ซึ่งอยู่เฉลี่ยที่เพียง 35% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว การลงทุน และการค้ากับต่างประเทศ ขณะที่ในช่วงเดือน เม.ย. 2556 ยังเป็นช่วงที่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ยังคงมีปริมาณเงินหลั่งไหลเข้ามาลงทุนจากทั่วโลก ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มส่งสัญญาณเตรียมชะลอมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ในช่วงครึ่งปีหลังต่อมาอีกด้วย

ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส) ระบุว่า ปริมาณการทำธุรกรรมการเงินของไทยที่เพิ่มขึ้นมากในช่วงดังกล่าว โดยคิดเป็นสัดส่วน 0.2% นั้น ส่งผลให้ไทยขยับขึ้น 4 อันดับ เป็นประเทศที่มีการทำธุรกรรมต่างประเทศมากสุดอันดับที่ 30 จากทั้งหมด 53 ประเทศ โดยมีโครงสร้างของประเภทธุรกรรม ประเภทลูกค้าผู้ทำธุรกรรม และสกุลเงินที่ทำธุรกรรมยังเป็นเช่นเดียวกับเมื่อปี 2553 ขณะที่ปริมาณธุรกรรมอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Derivatives Market) เฉลี่ยเท่ากับ 767 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน

ทั้งนี้ การทำสวอปเงินตราต่างประเทศ (FX Swaps) ยังคงมีสัดส่วนธุรกรรมสูงสุด คิดเป็น 45% ตามด้วย Spot และ Outright forwards 39.8% และ 12.4% ตามลำดับ ขณะที่ Currency Swaps และ Options มีปริมาณธุรกรรมไม่มาก คิดเป็นสัดส่วน 1.1% และ 1.0% ตามลำดับ โดยคู่สกุลเงินที่ทำธุรกรรมสูงสุดในประเทศไทย คือ USD/THB ตามด้วย USD/JPY และ USD/EUR

หากจำแนกตามประเภทธุรกรรม พบว่า ธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของไทยมีปริมาณเพิ่มขึ้นจาก 3 ปีก่อนทุกประเภท โดย Spot มียอดเพิ่มขึ้นจาก 3 ปีก่อนถึง 73% ส่วน FX Swaps ยังคงมีปริมาณธุรกรรมสูงสุด ซึ่งกว่า 65% นั้น เป็นธุรกรรมระหว่างสถาบันการเงินในประเทศ ขณะที่ Outright forwards มีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 63%

สำหรับรูปแบบของผู้ทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศในไทยนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ 1.สถาบันการเงินที่ส่งข้อมูลสำรวจ และ 2.ผู้ทำธุรกรรมกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ สถาบันการเงินที่ไม่ได้ส่งข้อมูลสำรวจ ภาคธุรกิจ และองค์กรภาครัฐ โดยกลุ่มแรกนั้นมีสัดส่วนถึง 60% ของปริมาณธุรกรรมทั้งหมด หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวไปอยู่ที่เฉลี่ย 7,800 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็นธุรกรรมของสถาบันการเงินที่ส่งข้อมูลสำรวจที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ และของสถาบันการเงินที่ส่งข้อมูลสำรวจที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีประเภทธุรกรรมสูงสุดคือ FX Swaps 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทางด้านปริมาณอนุพันธ์อัตราดอกเบี้ยจากการสำรวจล่าสุด พบว่า ปรับตัวขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนเล็กน้อยราว 10% อยู่ที่เฉลี่ย 767 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน ซึ่งประมาณ 98% เป็นการทำธุรกรรมประเภท Interest Rate Swaps ที่ใกล้เคียงกับการสำรวจทุกครั้งที่ผ่านมา ทว่าสัญญาประเภท FRA ปริมาณลดลงจาก 34 ล้านเหรียญสหรัฐ เหลือ 19 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน ขณะที่สัญญาประเภท Interest Rate Options ไม่มีการทำธุรกรรม

ทั้งนี้ หากพิจารณาด้านผู้ทำธุรกรรม กลุ่ม Reporting Dealers ยังคงทำธุรกรรมสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ เช่นเดียวกับ 3 ปีก่อน เฉลี่ย 693 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน เป็นการทำธุรกรรมของ Reporting Dealers ในประเทศ 422 ล้านดอลลาร์ และ Reporting Dealers ในต่างประเทศ 271 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์