
ค่าไฟงวดพ.ค.-ส.ค.จ่อขึ้นจากบาทอ่อน
เงินบาทอ่อนค่าทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้างวด พ.ค.-ส.ค. อาจปรับขึ้น เผยยุบสภาทำหลายโครงการไฟฟ้าชะงัก
เงินบาทอ่อนค่าทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้างวด พ.ค.-ส.ค. อาจปรับขึ้น เผยยุบสภาทำหลายโครงการไฟฟ้าชะงัก
นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) งวดต่อไปเดือน พ.ค. - ส.ค. อาจจะปรับขึ้นต่อเนื่อง หลังจากที่งวดที่ผ่านมา ม.ค.-เม.ย. ปรับขึ้นไปแล้ว 5 สตางค์ต่อหน่วย เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่า ประกอบกับ การผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำน้อยลงจากปัญหาภัยแล้ง และการหยุดจ่ายก๊าซของแหล่งพม่าและอ่าวไทย ทำให้ต้องใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาซึ่งต้นทุนสูงกว่ามาผลิตไฟฟ้าแทน
ด้านภาพรวมการใช้ไฟฟ้าในปี 2556 ที่ผ่านมา พบว่า มีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เป็นผลต่อเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี 2554 รวมทั้งนโยบายรณรงค์ลดการใช้พลังงาน และสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม โดยในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียวพบว่าอัตราการใช้ไฟฟ้าลดลงกว่า 10%
ส่วนแผนงานในปี 2557 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแผนงานต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ยังคงติดขัดเนื่องจากขาดรัฐบาลในการอนุมัติแผนงาน โดยเฉพาะแผนการเพิ่มกำลังไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ หลังเกิดปัญหากำลังส่งไฟฟ้าไม่เพียงพอ โดยพบว่า ปัจจุบันกำลังการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้อยู่ที่ 2,300 เมกะวัตต์ แต่ความต้องการใช้อยู่ที่ 2,500 เมกะวัตต์ และแนวโน้มความต้องการใช้จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6-8% ต่อปี ทำให้ต้องเร่งปรับปรุงระบบสายส่งไฟเป็นขนาด 500 กิโลโวลต์ ไปยังภาคใต้ ที่อยู่ระหว่างการรอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
นอกจากนี้ แผนที่หยุดชะงักยังมี แผนสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินสะอาด ที่จังหวัดกระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายการจ่ายไฟฟ้าได้ในปี 2562 แผนปรับปรุงโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง หน่วยที่4-7 เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมที่หมดอายุ







