posttoday
ตลาดโทรทัศน์โตน้อยกว่าที่ควรเหตุคนหนี้เยอะ

ตลาดโทรทัศน์โตน้อยกว่าที่ควรเหตุคนหนี้เยอะ

03 กุมภาพันธ์ 2557

ศูนย์วิจัยฯ มองตลาดโทรทัศน์ปีนี้อาจโตไม่เกิน 13.9% แม้มีฟุตบอลโลกและทีวีดิจิตอลหนุน เหตุคนหนี้เยอะงดซื้อเครื่องใหม่

ศูนย์วิจัยฯ มองตลาดโทรทัศน์ปีนี้อาจโตไม่เกิน 13.9% แม้มีฟุตบอลโลกและทีวีดิจิตอลหนุน เหตุคนหนี้เยอะงดซื้อเครื่องใหม่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องรับโทรทัศน์ตั้งแต่ต้นปี 2556 ที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากการชะลอการซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ของผู้บริโภค เนื่องจากผู้บริโภคต่างรอดูความชัดเจนในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทีวีดิจิตอลจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่ว่าจะเป็นความชัดเจนด้านการรับรองมาตรฐานของเครื่องรับสัญญาณระบบทีวีดิจิตอลทั้งเครื่องรับโทรทัศน์และกล่องรับสัญญาณ (Set-Top-Box) รวมถึงความชัดเจนด้านระยะเวลาการเริ่มแพร่ภาพการออกอากาศ เป็นต้น

ทั้งนี้ ภายหลังจากกสทช. ได้ออกมารับรองมาตรฐานเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีจูนเนอร์ระบบดิจิตอลแบบ DVB-T2  ในตัว และกล่องรับสัญญาณดิจิตอล ให้แก่ผู้ประกอบการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์และกล่องรับสัญญาณรายใหญ่ พร้อมกับให้ความชัดเจนในเรื่องระยะเวลาการแพร่ภาพการออกอากาศทีวีดิจิตอล ประกอบกับมหกรรมฟุตบอลโลกครั้งที่ 20 ที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในช่วงกลางปี 2557 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ตลาดเครื่องรับโทรทัศน์กลับมาคึกคักอีกครั้ง

แนวโน้มตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ปี 2557

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ตลาดเครี่องรับโทรทัศน์ในช่วงปี 2557 น่าจะมีการขยายตัวได้ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทีวีดิจิตอล การแพร่ภาพมหกรรมฟุตบอลโลกในช่วงกลางปี 2557 การทำการตลาดของผู้ประกอบการ การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในเครื่องรับโทรทัศน์ รวมถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายของผู้ประกอบการรายใหญ่ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทีวีดิจิตอล - ภายหลังจากการที่กสทช. ได้ทยอยรับรองมาตรฐานเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีจูนเนอร์ระบบดิจิตอลแบบ DBV-T2 ในตัว ให้แก่ผู้ประกอบการที่ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์รายใหญ่ ประกอบกับมีความชัดเจนในเรื่องการเผยแพร่ภาพทีวีดิจิตอลที่คาดว่าจะสามารถเผยแพร่ภาพได้ราวไตรมาสที่ 1 ปี 2557 ในกรณีที่ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เปลี่ยนแปลง ย่อมทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในการตัดสินใจซื้อทีวีดิจิตอลมากขึ้น เพื่อรองรับการรับชมทีวีดิจิตอลในรูปแบบฟรีทีวีที่มีช่องบริการธุรกิจมากถึง 24 ช่อง

การแพร่ภาพมหกรรมฟุตบอลโลกในช่วงกลางปี 2557 - การแพร่ภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 20 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 13 กรกฎาคม 2557 ที่ประเทศบราซิล จะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นความต้องการซื้อเครื่องรับโทรทัศน์รุ่นใหม่ของผู้บริโภคที่ต้องการรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่มีความคมชัดของภาพและเสียงที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักอย่างหนึ่งในการผลักดันตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ในปี 2557ทั้งนี้ จากการรวบรวมและประเมินโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ยอดขายเครื่องรับโทรทัศน์ในประเทศไทยในช่วงการแพร่ภาพมหกรรมฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลยูโรก็ตาม มีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยปี 2553 ในช่วงมหกรรมฟุตบอลโลกครั้งที่ 19 ยอดขายเครื่องรับโทรทัศน์มีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552 ขณะที่ปี 2555 ในช่วงมหกรรมฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือฟุตบอลยูโร ครั้งที่ 14 ยอดขายเครื่องรับโทรทัศน์มีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554

ตลาดโทรทัศน์โตน้อยกว่าที่ควรเหตุคนหนี้เยอะ

การทำการตลาดของกลุ่มผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์ - ปัจจุบัน มีกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย ตลอดจนกลุ่มผู้ค้าปลีก ออกมาทำการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายเครื่องรับโทรทัศน์ทั้งในระบบอนาล็อกเดิมเพื่อระบายสต๊อก และระบบดิจิตอล เช่น การออกแคมเปญให้คูปองส่วนลด การแถมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ หรือแม้แต่การออกโปรโมชั่นผ่อนนานปราศจากดอกเบี้ย เป็นต้น ซึ่งการทำการตลาดดังกล่าว น่าจะมากระตุ้นการตัดสินใจซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีท่ามกลางกำลังซื้อของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงในปัจจุบัน

ราคาเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีเทคโนโลยีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตปรับตัวลดลง - จากความนิยมในการเข้าใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยที่ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับราคาของเครื่องรับโทรทัศน์ที่มีเทคโนโลยีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือสมาร์ททีวีในปี 2557 น่าจะมีแนวโน้มปรับตัวลดลง อาทิเช่น ราคาสมาร์ททีวีขนาด 32 นิ้ว ที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ 11,000-13,000 บาท ลดลงประมาณร้อยละ 40-50 จากปี 2556 จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นความต้องการซื้อของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

การขยายช่องทางจำหน่ายของผู้ประกอบการรายใหญ่ - ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบรายใหญ่ทั้งผู้ค้าปลีก ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์ ได้มีการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย เช่น การขยายห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก หรือการขยายจุดบริการจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าปลีกสมัยใหม่ต่างๆ เป็นต้น ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเครื่องรับโทรทัศน์ทั้งรุ่นเก่าและใหม่ได้ไม่ยากนัก รวมถึงผู้ประกอบการก็ได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อแนะนำและให้ความรู้เรื่องทีวีดิจิตอล รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จุดจำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์ ทำให้ผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น เป็นการกระตุ้นความต้องการซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ของผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปัจจัยหนุนต่างๆ ข้างต้น น่าจะมีส่วนผลักดันการเติบโตของตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ในปี 2557 อย่างไรก็ดี ก็ยังคงมีหลากปัจจัยกดดันตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ปัญหาหนี้ครัวเรือนสะสม
เนื่องด้วยภาระหนี้ครัวเรือนของภาคประชาชนที่อยู่ในระดับค่อนข้างสูงในปัจจุบัน โดย ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2556 หนี้ครัวเรือนไทยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 80.1 ต่อ GDP ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กำลังซื้อของภาคประชาชนชะลอตัวลง และ อาจเป็นปัจจัยกดดันต่อการใช้จ่ายสินค้าประเภทอุปโภคบริโภค ทำให้ประชาชนระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น

การชะลอตัวของตลาดที่อยู่อาศัย
จากการก่อสร้างที่อยู่อาศัยในตัวเมืองใหญ่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมตามตัวเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑลของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีแนวโน้มชะลอตัวลงในปี 2557 ย่อมเป็นส่วนสำคัญต่อการกดดันการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในครัวเรือน รวมไปถึงเครื่องรับโทรทัศน์ ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แต่ละครัวเรือนมักมีไว้ในครอบครอง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า จำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จและจดทะเบียนในกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล ในปี 2557 อยู่ที่ 76,600 หน่วย ลดลงราวร้อยละ 21 จากปี 2556 ที่มีจำนวนอยู่ที่ 97,000 หน่วย

กำลังซื้อของเกษตรกรในต่างจังหวัดลดลง
สำหรับในปี 2557 คาดว่า รายได้ของเกษตรกรน่าจะมีแนวโน้มลดลง ทั้งจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน และจากความไม่ชัดเจนของโครงการสนับสนุนจากภาครัฐต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น โครงการรับจำนำข้าวที่ทางรัฐบาลยังมีความล่าช้าในการเบิกจ่ายเงินให้เกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าวของรอบฤดูการผลิต 2556/57 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2556 ถึงวันที่ 16 มกราคม 2557) ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง และน่าจะส่งผลให้กำลังซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ของกลุ่มนี้ซึ่งมีประมาณ 1.8 ล้านราย ลดลงไปด้วย

อย่างไรก็ดี กำลังซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ในกลุ่มผู้บริโภคอื่นๆ น่าจะยังคงอยู่ในระดับสูง อาทิเช่น กลุ่มร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงต่างๆ ที่น่าจะมีการเปลี่ยนเครื่องโทรทัศน์เครื่องใหม่ในช่วงที่มีการถ่ายทอดสดมหกรรมฟุตบอลโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น รวมถึงกลุ่มผู้อยู่อาศัยตามตัวเมืองใหญ่ต่างๆ ที่จะได้รับการถ่ายทอดสัญญาณทีวีดิจิตอลอย่างทั่วถึง และกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้น่าจะยังมีกำลังซื้อเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องใหม่ เพื่อรับชมทีวีดิจิตอลที่มีภาพและเสียงที่คมชัดกว่าระบบบอนาล็อกเดิม และมีช่องที่หลากหลายขึ้น

จับตา...หลากความท้าทายต่อการขยายตัวของตลาดเครื่องรับโทรทัศน์

ศูนย์วิจัยสิกรไทย มองว่า แม้จะมีปัจจัยหนุนในหลายด้านกระตุ้นการขยายตัวของตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ แต่ ผู้ประกอบการในธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์ ก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายในหลายๆ ด้านเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในการรับชมโทรทัศน์ในยุคปัจจุบัน รวมถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคระบบทีวีดิจิตอล ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ของผู้บริโภค ดังรายละเอียดต่อไปนี้

--> การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในการรับชมรายการโทรทัศน์จากหน้าจอทีวีสู่โมบายทีวีที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น

จากการเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ของผู้ประกอบการโทรคมนาคม ประกอบกับความนิยมในการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ได้ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่าย ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ เกิดกระแสผู้บริโภคที่มีความต้องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะเครือข่ายสังคมออนไลน์อยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้บริโภคสามารถที่จะรับชมเนื้อหารายการต่างๆ ที่น่าสนใจบนแพลตฟอร์มอื่นๆ นอกเหนือจากหน้าจอโทรทัศน์ได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะการดูในรูปแบบวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างยูทูป หรือเฟซบุ๊ค เพราะผู้บริโภคสามารถเลือกเข้าไปดูเนื้อหารายการต่างๆ ในเวลาใดก็ได้ตามความต้องการ และในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนหรือผู้ชมรายการท่านอื่นๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เหล่านั้นได้ เป็นการสร้างอรรถรสในการรับชมรายการได้เป็นอย่างดี   

--> การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคระบบทีวีดิจิตอล

การปรับเปลี่ยนการรับชมโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกเข้าสู่ระบบดิจิตอลที่กำลังจะเกิดขึ้น นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการสื่อโทรทัศน์ และยังเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับผู้บริโภคไทย ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์ อาจเผชิญกับความท้าทายที่หลากหลายในช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคระบบทีวีดิจิตอล อันจะส่งผลต่อความต้องการซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ โดยเฉพาะเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอล โดยมีรายละเอียด ดังนี้

- สัญญาณโครงข่ายระบบทีวีดิจิตอลที่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศในปีแรกของการออกอากาศ เนื่องจากภายในปี 2557 ซึ่งเป็นปีแรกของการออกอากาศทีวีดิจิตอล สัญญาณโครงข่ายระบบทีวีดิจิตอลยังไม่สามารถครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยตามเงื่อนไขของผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล จะต้องวางโครงข่ายให้ครอบคลุมร้อยละ 50 ในปีแรก และจะต้องขยายการครอบคลุมไปที่ร้อยละ 80 ร้อยละ 90 และร้อยละ 95 ในปีที่ 2 – 4 ตามลำดับ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้บริโภคที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณโครงข่ายไปถึง ทำการชะลอการตัดสินใจซื้อเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องใหม่ไปก่อน ประกอบกับในปัจจุบัน ผู้บริโภคกว่า 14 ล้านครัวเรือน มีการรับชมรายการโทรทัศน์ในแพลตฟอร์มเคเบิ้ลทีวีและทีวีดาวเทียมที่มีช่องรายการรวมกันกว่า 200 ช่องอยู่แล้ว ส่งผลให้ผู้บริโภคบางกลุ่มอาจจะยังคงเลือกรับชมรายการที่ตนเองชื่นชอบในแพลตฟอร์มดังกล่าวต่อไป ทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้อาจยังมีความสนใจในการซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลไม่มากนัก

- ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้กล่องรับสัญญาณในการรับชมทีวีดิจิตอลทดแทนการซื้อเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องใหม่ เนื่องด้วยการรับชมทีวีดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็นการรับชมผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดิน หรือแม้แต่การรับชมผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่อย่างเคเบิ้ลทีวีและทีวีดาวเทียมด้วยเครื่องรับโทรทัศน์ระบบอนาล็อกเดิม ผู้บริโภคก็สามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้ โดยใช้กล่องรับสัญญาณระบบดิจิตอลหรือ Set-Top-Box ประกอบกับ ในปัจจุบัน ผู้บริโภคต่างกำลังเผชิญกับปัญหาค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ผู้บริโภคอาจจะชะลอการซื้อเครื่องรับโทรทัศน์เครื่องใหม่ โดยทำการเลือกซื้อกล่องรับสัญญาณระบบทีวีดิจิตอลที่มีราคาถูกแทนการซื้อโทรทัศน์ระบบดิจิตอลเครื่องใหม่ ซึ่งราคาเฉลี่ยเบื้องต้นของกล่องรับสัญญาณระบบทีวีดิจิตอลจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาทเท่านั้น

- เครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอลในปัจจุบัน ยังไม่สามารถรองรับเทคโนโลยี Two-way Interactive ในช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทีวีดิจิตอล เครื่องรับโทรทัศน์จะยังไม่สามารถรองรับเทคโนโลยีบรอดคาสต์ประยุกต์บางอย่างที่มาพร้อมกับการเกิดทีวีดิจิตอลได้ เช่น รายการโทรทัศน์ที่ผู้ชมสามารถมีปฏิสัมพันธ์ด้วยได้แบบ 2 ทาง (Two-way Interactive) โดยจะมีเพียงจูนเนอร์ระบบดิจิตอลในตัวเพื่อการรับชมภาพและเสียงที่คมชัดขึ้นเท่านั้น ซึ่งอาจจะทำให้ความน่าสนใจของทีวีดิจิตอลไม่มีความโดดเด่นมากนัก

จากปัจจัยหนุนและปัจจัยท้าทายต่างๆ ที่มีต่อตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ดังที่กล่าวมาข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า  ตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ในปี 2557 จะมีการเติบโตอยู่ในกรอบร้อยละ 9.5-13.9 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 37,900-39,300 ล้านบาท ด้วยยอดขายเครื่องรับโทรทัศน์จำนวน 3.2-3.4 ล้านเครื่อง หรือมีการขยายตัวร้อยละ 9.8-16.8 ขณะที่ปี 2556 ตลาดเครื่องรับโทรทัศน์มีการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 4.6 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 34,500 ล้านบาท โดยมียอดขายเครื่องรับโทรทัศน์จำนวน 2.9 ล้านเครื่อง หรือมีการขยายตัวร้อยละ 11.5

ตลาดโทรทัศน์โตน้อยกว่าที่ควรเหตุคนหนี้เยอะ

กระนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า สัดส่วนการถือครองเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอลของครัวเรือนไทยในปี 2557  ยังเป็นสัดส่วนไม่มากนักเมื่อเทียบกับการถือครองเครื่องรับโทรทัศน์ทั้งหมด โดยการถือครองเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอลในปี 2557 จะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 6.5 ของการถือครองเครื่องรับโทรทัศน์ทั้งหมด ที่คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 41 ล้านเครื่อง ในขณะที่ปี 2556 มีสัดส่วนการถือครองเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอลอยู่ที่ประมาณร้อยละ 0.9 เนื่องจากสัญญาณโครงข่ายที่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ และผู้บริโภคต่างมีทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีสำหรับการรับชมทีวีดิจิตอล โดยผู้บริโภคเหล่านั้นอาจจะตัดสินใจเลือกใช้กล่องรับสัญญาณดิจิตอลมากกว่าเลือกซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ทำให้อัตราการเปลี่ยนเครื่องรับโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกเดิมมาเป็นระบบดิจิตอลยังไม่สูงมากนัก 

โอกาสและการเติบโตของตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ในอนาคต

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในเครื่องรับโทรทัศน์ เป็นแรงผลักดันสำคัญอย่างหนึ่งต่อการแข่งขันและการขยายตัวของตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ ดังนั้น ผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายจำเป็นต้องมีการพัฒนาทั้งทางด้านเทคโนโลยีและบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็ควรมีการส่งเสริมหรือประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่แก่ผู้บริโภค เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีความตื่นตัวและมีความต้องการใช้เทคโนโลยีใหม่มากขึ้น ทั้งนี้ ในอนาคต ยังคงมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกี่ยวกับเครื่องรับโทรทัศน์ที่น่าจับตามอง เช่น เทคโนโลยีโทรทัศน์แบบจอโค้งหรือ Organic Light Emitting Diode (OLED) ที่สามารถเปล่งแสงได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องใช้แสงส่องทางด้านหลังจอภาพ ทำให้จอภาพมีขนาดบางลงและยืดหยุ่นได้ สามารถดัดให้โค้งงอ ทำให้ภาพที่ออกมานั้นดูมีมิติสมจริงมากขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีที่จะมารองรับการเกิดรายการโทรทัศน์ที่ให้ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์กับรายการแบบ 2 ทางได้ และรายการที่ผู้ชมสามารถเลือกชมภาพได้หลากหลายมุมมอง เป็นต้น โดยคาดว่า การเกิดเทคโนโลยีดังกล่าวในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้ จะมาทำให้ภาพรวมตลาดเครื่องรับโทรทัศน์กลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท