posttoday
ง่วนสูน บุกเอเชียดูดวัตถุดิบ แปรรูปส่งออก

ง่วนสูน บุกเอเชียดูดวัตถุดิบ แปรรูปส่งออก

03 กุมภาพันธ์ 2557

ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

เครื่องเทศ เครื่องปรุงรสเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับอาหารการกินของคนทั่วโลกรวมถึงคนไทย ภูมิภาคอาเซียนเป็นแหล่งค้าขายสินค้าเครื่องเทศขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) การค้าขายเครื่องเทศในภูมิภาคน่าจะมีความคึกคักขึ้น

วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มเครือบริษัท ง่วนสูน ผู้ผลิตพริกไทยตรามือที่ 1 ฉายภาพว่า เนื่องจากทำเลของอาเซียนอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร อากาศร้อนชื้น จึงเป็นแหล่งปลูกเครื่องเทศสำคัญ โดยที่เพาะปลูกกันมากในแถบนี้ ได้แก่ ขมิ้น ยี่หร่า ลูกจันทน์ พริกไทย อบเชย กระวาน และเครื่องเทศอื่นๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร

สำหรับประเทศไทยมีการผลิตเครื่องเทศเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ไม่เพียงพอที่จะใช้ในภาคอุตสาหกรรม บริษัทจึงต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เช่น นำเข้าอบเชย ลูกจันทน์ จากอินโดนีเซีย พริกไทยจากกัมพูชา พม่า มาเลเซีย เวียดนาม แต่ในส่วนของพริกไทยยังใช้วัตถุดิบจาก จ.จันทบุรี เป็นหลัก ซึ่งเมื่อเปิดเออีซี เชื่อว่าการหมุนเวียนของธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์จะทำให้การส่งสินค้าระหว่างกันง่ายขึ้น และผู้แปรรูปเครื่องเทศ เครื่องปรุงรสจะมีทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบมากขึ้น

แหล่งการนำเข้าวัตถุดิบที่สำคัญในอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย ที่มีความโดดเด่นในเครื่องเทศประเภทอบเชย กระวาน ลูกจันทน์ เนื่องจากเป็นหมู่เกาะ อากาศดี และตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่าไทย พืชเหล่านี้ขึ้นเองตามธรรมชาติ สามารถไปเก็บมาใช้ประโยชน์ได้เลย นอกจากนี้ ยังมีเวียดนามปลูกพริกไทยได้ดีกว่าไทย ขณะที่หมู่เกาะซาราวักและพม่า เป็นแหล่งปลูกพริกไทยสำคัญเช่นกัน

วิศิษฎ์ อธิบายว่า บริษัท ง่วนสูน มีร้านค้าอยู่ย่านเยาวราช โดยพฤติกรรมของลูกค้า คือ ซื้อบ่อย แต่ซื้อจำนวนไม่มาก เพราะต้องการความสดใหม่ และเป็นการซื้อเพื่อนำไปขายต่อ ลูกค้าจะมาจากทั่วโลก โดยเฉพาะลูกค้ายุโรปที่ซื้อเครื่องปรุงจากอาเซียนเพื่อนำไปใช้ในต่างประเทศ

ขณะที่การทำเครื่องปรุงรสบรรจุขวด บริษัทได้ส่งออกไปยังเอเชียเป็นหลัก โดยเฉพาะพริกไทยขาวที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในเมืองจีน ส่วนยุโรปชอบกินพริกไทยดำ

“อุตสาหกรรมเครื่องปรุงรส เครื่องเทศของไทยส่งออกไปทั่วโลก เช่น ข่า ตะไคร้ มะนาว ใบมะกรูด เพราะมีความหอมที่แตกต่างจากที่อื่น ขึ้นอยู่กับดินที่ปลูก คนทำร้านอาหารไทยอยู่ในต่างประเทศมีประมาณ 34 หมื่นร้าน และทุกร้านก็ต้องการวัตถุดิบจากเมืองไทยไปประกอบอาหาร”

ในแง่ของการแข่งขันของตลาดในอาเซียน ถือว่ายังมีน้อย เพราะส่วนใหญ่ผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศ และยังมีผู้ขายน้อยราย โดยทุกประเทศจะมีโรงงานแปรรูปอยู่ทั้งที่เป็นของคนท้องถิ่นและต่างชาติ การแข่งขันจึงยังมีไม่มากหากเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ

เมื่อเปิดเออีซีแล้ว มองว่าจะส่งผลดีต่อบริษัทมากขึ้น เพราะบริษัทค่อนข้างเข้มแข็งในเรื่องเทคโนโลยีการผลิตและการแปรรูปสินค้าเครื่องเทศ การเปิดเสรีจะทำให้มีโอกาสหาวัตถุดิบที่มีต้นทุนถูก เพื่อนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าในเมืองไทย แต่ผลเสียอาจตกอยู่กับเกษตรกรที่จำเป็นต้องปรับปรุงคุณภาพการผลิต ผลผลิตต่อไร่ และคุณภาพให้เทียบเท่าประเทศอื่นๆ

นอกจากนำเข้าวัตถุดิบแล้ว บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยวางแผนจะเข้าไปส่งเสริมเทคโนโลยีการปลูกเครื่องเทศเพื่อเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งขณะนี้เริ่มศึกษาพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านของไทย แล้วนำวัตถุดิบเหล่านั้นส่งกลับมาแปรรูปในเมืองไทย เพราะฐานการผลิตในเมืองไทยยังรองรับได้อยู่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท