posttoday
ปลุกลงทุนเวียดนามอินโด

ปลุกลงทุนเวียดนามอินโด

03 กุมภาพันธ์ 2557

แนะช่องรายย่อยขยายธุรกิจต่างแดนตั้งฐานผลิตพม่าเสี่ยงเหตุกฎเปลี่ยนบ่อย

แนะช่องรายย่อยขยายธุรกิจต่างแดนตั้งฐานผลิตพม่าเสี่ยงเหตุกฎเปลี่ยนบ่อย

“ไอเมท” ชี้เอสเอ็มอีไทยเหมาะลุยเวียดนามอินโดนีเซียมากสุด เตือนพม่าเปลี่ยนกฎบ่อย

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ในฐานะรองประธานกรรมการ มูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (ไอเมท) เปิดเผยว่า ประเทศที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไทย ควรเข้าไปลงทุนตอนนี้คือ เวียดนาม และอินโดนีเซีย เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นตลาดขนาดใหญ่และคนนิยมใช้สินค้าไทย

ทั้งนี้ ความต้องการสินค้าในเวียดนามจะคล้ายคลึงกับสินค้าที่จำหน่ายในต่างจังหวัดของไทย ประกอบกับการบริโภคสื่อบันเทิงต่างๆ ทำให้เชื่อมั่นในสินค้าไทย เอสเอ็มอีจึงไม่ต้องปรับรูปแบบของสินค้าและการตลาดมากนัก ขณะที่ค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าไทยถึง 60% มีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานมากถึง 70% ไม่มีปัญหาขาดแคลนแรงงานเหมือนไทย ด้านความเป็นอยู่ไม่ต่างจากคนไทย ทำให้เมื่อไปลงทุนไม่จำเป็นต้องปรับตัวมาก

นายสนั่น กล่าวว่า ตลาดอินโดนีเซียน่าสนใจในแง่ขนาดตลาด ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการไทยจำนวนมากเข้าไปลงทุน ส่วนประเทศนอกอาเซียนที่น่าจะเข้าไปลงทุนคือ อินเดียและจีน ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าประเทศในภูมิภาคนี้ จึงไม่เหมาะกับเอสเอ็มอีมือใหม่ที่ยังไม่เคยไปลงทุนต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน มองว่าเอสเอ็มอียังไม่เหมาะเข้าไปตั้งฐานการผลิตในพม่า เนื่องจากมีความเสี่ยงจากกฎระเบียบต่างๆ เปลี่ยนแปลงบ่อย สาธารณูปโภคต่างๆ ไม่พร้อม ควรรอดูสถานการณ์อีก 2-3 ปี เบื้องต้นควรเริ่มด้วยทดลองส่งสินค้าเข้าไปจำหน่าย

นอกจากนี้ ในปี 2557 ไอเมทได้มีโครงการนำร่องนำนักธุรกิจไปลงทุนในเวียดนาม โดยจะเชิญนักธุรกิจไทยที่มีความรู้และประสบการณ์ลงทุนในเวียดนามมาให้ข้อมูลเชิงลึก ถึงโอกาสและอุปสรรคเกี่ยวกับการลงทุนร่วมกับหน่วยงานรัฐ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หอการค้าไทย ธนาคาร และสภาธุรกิจไทยเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะจัดการเสวนาช่วงกลางเดือน มี.ค.นี้

“ปัจจุบันผู้ประกอบการชาวไทยเข้าไปลงทุนในเวียดนามแล้วไม่ต่ำกว่า 100 โรงงาน ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าไปลงทุนใหม่ ทางไอเมทจะทำการอบรมและจัดหาบริษัทไทยในเวียดนามมาเป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินธุรกิจจนกว่าจะตั้งตัวได้ เริ่มตั้งแต่การจัดหาที่ดิน อาคารสถานที่ การทำธุรกรรมต่างๆ โดยไม่ต้องเสี่ยงไปเริ่มนับหนึ่งใหม่” นายสนั่น กล่าว

ด้านบีโอไอได้จัดงบประมาณ 30 ล้านบาท ส่งเสริมผู้ประกอบการไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเป้าหมายหลักคือประเทศสมาชิกอาเซียน

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการ บีโอไอ กล่าวปี 2557 บีโอไอจัดงบประมาณสำหรับการส่งเสริมผู้ประกอบการออกไปลงทุนต่างประเทศไว้ที่ 30 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนที่ร่วมทำงานกับไอเมทและหน่วยงานรัฐและเอกชนอื่นๆ ตั้งเป้าที่จะ คัดเลือกผู้ที่มีแผนจะออกไปลงทุนอย่างจริงจัง ไปจับมือกับพี่เลี้ยงที่มีธุรกิจในประเทศเป้าหมายตัวต่อตัว โดยตั้งเป้าสุดท้ายให้เกิดการลงทุนใหม่ในต่างประเทศอย่างจังจัง สำหรับประเทศเป้าหมายเบื้องต้นจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน เช่น พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา และสปป.ลาว กลุ่มที่ให้ความสำคัญรองมา เช่น จีน อินเดีย

“มูลค่าการออกไปลงทุนต่างประเทศของไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2554 ประมาณ 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ปี2555 เพิ่มขึ้นเป็น 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าในปี 2556 และ2557 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก” นายอุดม กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท