
ธุรกิจมะกันสวนกระแสผลิตสินค้าส่งจีน
ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เศรษฐกิจจีนในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างร้อนแรง ช่วยยกระดับฐานะและกำลังซื้อของประชาชนให้สูงขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับจำนวนประชากรที่มีมากกว่า 1,350 ล้านคน จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ธุรกิจต่างๆ เล็งจับตลาดไปที่ชาติมหาอำนาจแห่งนี้ เพราะหากเจาะตลาดจีนได้สำเร็จ นั่นหมายถึงก้าวสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตในระดับโลก
ทั้งนี้ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จีนขยายตัวมากขึ้น เป็นผลมาจากการเป็นฐานผลิตสินค้าต่างๆ เพื่อส่งออกไปต่างประเทศ แต่ใช่ว่าสินค้าที่ขายอยู่ในจีนตอนนี้ จะมาจากในประเทศเพียงอย่างเดียว เพราะขณะนี้มี 5 ธุรกิจขนาดเล็กตัวอย่างที่ “ผลิตในสหรัฐ” แต่ส่งออกสินค้าไป “จีน” เพื่อเกาะกระแสการขยายตัวของตลาดผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง
ไวน์ ตามที่ได้กล่าวไปว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจนำมาซึ่งการขยายตัวของประชากรจีนที่ร่ำรวยและมีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้วิถีการบริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย อย่างเช่น “ไวน์” ที่กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มชนชั้นกลางขึ้นไปและคนหนุ่มสาว
“ผู้บริโภคเหล่านี้ต้องการลิ้มรสของวัฒนธรรมอเมริกัน ทั้งการสวมเสื้อผ้าของสหรัฐ หรือดื่มไวน์แคลิฟอร์เนีย” สตีฟ ริโบลี เจ้าของ “ซาน แอนโตนิโอ ไวน์เนอรี” ธุรกิจผลิตไวน์ซึ่งสืบทอดมา 4 ชั่วอายุคนจากลอสแองเจลิส ระบุ
ธุรกิจไวน์แห่งนี้ส่งออกสินค้า 15% ไปที่จีน หรือราว 7 แสนขวดต่อปี โดยส่วนมากเน้นส่งออกไวน์แดงเป็นหลัก พร้อมคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วใน 2 ปีข้างหน้าด้วย ซึ่งริโบลีกล่าวว่าการขยายตัวของยอดขายในจีนนั้นเพิ่มขึ้นสองหลักทุกๆ ปี เทียบกับการขยายตัวเพียงหลักเดียวในสหรัฐ
เครื่องฟอกอากาศ การพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วก็แลกมาด้วยปัญหามลพิษที่คุกคามสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ และเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ชาวจีนหลายคนจึงเลือกที่จะติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้ที่บ้าน
“ตลาดเติบโตอย่างร้อนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา” ปีเตอร์ แมนน์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของ “โอรอนซิ” ผู้ผลิตเครื่องฟอกอากาศจากรัฐเทกซัส กล่าว
โอรอนซิ เน้นพัฒนาเครื่องฟอกอากาศที่มีความหรูหรา สนนราคา 2,000-3,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 6.6-9.9 หมื่นบาท) เพื่อเจาะจงขายที่แดนมังกรโดยเฉพาะ โดยหลังจากส่งออกเครื่องฟอกอากาศจำนวน 500 ชิ้น เมื่อเดือน พ.ย. สินค้าก็หมดลงอย่างรวดเร็ว และมีแแผนจะส่งสินค้าเพิ่มอีก 1,000 ชิ้นในเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นรายได้บริษัทถึง 2 เท่า และขณะนี้ธุรกิจก็ยังเดินหน้าพัฒนาเครื่องฟอกอากาศที่มีราคาถูกลงมาเพื่อขยายตลาดในจีนอีกด้วย
วอลเปเปอร์ ยุคทองของการติดวอลเปเปอร์ในสหรัฐอาจจะล่วงเลยไปแล้ว ทว่ากระแสดังกล่าวกลับตรงกันข้ามในจีน
“อุตสาหกรรมนี้ไม่เติบโตในสหรัฐ ดังนั้นเราจึงมองที่ตลาดต่างประเทศเพื่อหาลูกค้าใหม่” แจ็ก คอลลินส์ รองประธานของ “วอลล์เควส” ธุรกิจผู้ผลิตวอลเปเปอร์แบบหรูหราในเพนซิลวาเนีย กล่าว
จากปัญหาดังกล่าว ทำให้วอลล์เควสเข้าสู่ตลาดในจีนเมื่อปี 2005 และประสบความสำเร็จอย่างดี เป็นผลมาจากที่ชาวจีนเห็นว่าสินค้าจากสหรัฐเปรียบเสมือนความทะเยอทะยานอยากมีอย่างหนึ่ง
ทั้งนี้ รายได้ของวอลล์เควสมาจากจีนถึง 30% ซึ่งช่วยให้บริษัทจ้างงานเพิ่มได้ จากปี 2007 ที่มีพนักงาน 80 คน ทว่าตอนนี้มีถึง 185 คนแล้ว
เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด การก่อการร้ายนับเป็นอีกหนึ่งภัยคุกคามที่หลายชาติ ให้ความสำคัญในการปกป้องดูแลประเทศ ซึ่ง “อิมแพลนท์ ไซแอนส์” บริษัทผู้ผลิตเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดจากแมสซาชูเซตส์ เป็นหนึ่งธุรกิจที่ผลิตอุปกรณ์นี้ออกมาขายทั้งในและต่างประเทศ
“เกลนน์ โบลดัค” ประธานกรรมการบริหาร ระบุว่า เครื่องตรวจจับระเบิดที่มีลักษณะคล้ายเครื่องดูดฝุ่นแบบถือได้ ที่มีคุณสมบัติดูดตัวอย่างอากาศ และวิเคราะห์ผลออกมาว่าเป็นวัตถุที่ระเบิดได้หรือไม่ ถูกใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ปี 2008 และใช้อยู่ในปัจจุบันตามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงปักกิ่ง 172 สถานี ซึ่งโบลดัคกล่าวว่า ตลาดในจีนขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นรายได้ของบริษัทครึ่งหนึ่งมาจากยอดขายในดินแดนแห่งนี้
ของเล่น แม้ของเล่นส่วนใหญ่ถึง 85% ที่ขายในสหรัฐจะมาจากจีน แต่ทว่า “เค’เน็กซ์” บริษัทผลิตของเล่นแบบตัวต่อจากเพนซิลวาเนียกลับสวนกระแสด้วยการผลิตจากในสหรัฐ และส่งไปขายที่จีนในปีที่แล้ว
“ไมเคิล อราเทน” ประธานกรรมการเค’เน็กซ์ ตัดสินใจเจาะตลาดจีน เนื่องจากชนชั้นกลางมีเงินมากขึ้นที่จะซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็น เช่น ของเล่น
“จากมุมมองทางวัฒนธรรม พบว่าผู้บริโภคชาวจีนชอบของเล่นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยเฉพาะกับของเล่นแบบก่อสร้าง” อราเทน กล่าว
ทั้งนี้ ของเล่นจากบริษัทขายทางออนไลน์ในจีน และกำลังอยู่ในช่วงศึกษาตลาดอยู่ ซึ่งขณะนี้บริษัทวางแผนว่าจะขายสินค้าได้ราว 2,0003,000 ชิ้นในปีนี้ และหวังว่ายอดขายจะพุ่งขึ้น10% ได้ในปี 2016







