
พาณิชย์เร่งดันสินค้าแฟร์เทรดเจาะยุโรป
“แฟร์เทรด”การค้าที่เป็นธรรมจากผู้ผลิตจนถึงผู้บริโภค กรมส่งเสริมการค้าฯเล็งสนับสนุน หวังยกระดับการค้าตามกระแสนิยมในประเทศพัฒนาแล้ว ขายใน 120 ประเทศ สร้างรายได้เฉียด5พันล้านยูโร
“แฟร์เทรด”การค้าที่เป็นธรรมจากผู้ผลิตจนถึงผู้บริโภค กรมส่งเสริมการค้าฯเล็งสนับสนุน หวังยกระดับการค้าตามกระแสนิยมในประเทศพัฒนาแล้ว ขายใน 120 ประเทศ สร้างรายได้เฉียด5พันล้านยูโร
กรมส่งเสริมการค้าฯ หนุนสินค้า แฟร์เทรด แนวโน้มรุ่งกลุ่มประเทศยุโรป
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า รายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ระบุว่า สินค้าแฟร์เทรด (FAIRTRADE) หรือกระบวนการผลิตสินค้าที่เป็นธรรม ถือเป็นกลุ่มสินค้าที่น่าสนใจ มีจำหน่ายกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ทำรายได้มากถึง 4,900 ล้านยูโร มีตลาดหลักอยู่ในยุโรป สหรัฐและประเทศพัฒนาแล้วตอบรับเป็นกระแสความนิยมสินค้าแฟร์เทรดอย่างดี
ทั้งนี้ ในเยอรมนีสินค้าที่ใช้โลโก้ FAIRTRADE ขยายตัวต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 8 แล้ว แม้ปัจจุบันจะขยายตัวแบบช้าๆ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา เปรียบเทียบกับช่วงที่ผ่านมาก่อนวิกฤตยูโรโซน การขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 27% ส่วนใหญ่เป็นสินค้า อาหาร ผลไม้ (โดยเฉพาะกล้วย) เครื่องดื่ม ดอกไม้ สินค้าหัตถกรรม และสิ่งทอ เป็นต้น
ในปี 56 ผู้บริโภคในเยอรมันซื้อผลิตภัณฑ์ ที่มีโลโก้ FAIRTRADE มูลค่าประมาณ 400 ล้านยูโร ผู้บริโภคสามารถหาซื้อสินค้า FAIRTRADE ได้บนชั้นในซุปเปอร์มาเกตกว่า 30,000 แห่งทั่วเยอรมัน และตามร้าน Health food shop ร้านค้าออแกนิกส์ ห้างสรรพสินค้า ปัจจุบันช่องทางการจำหน่ายใหม่ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่ คำสั่งซื้อผ่านออนไลน์ ช้อป และ ร้านกาแฟ หรือร้านอาหาร ซึ่งกว่า 15,000 ร้านเริ่มนำสินค้า เข้ามาจำหน่ายมากขึ้น และกำลังเป็นแหล่งที่ผู้บริโภคเข้าไปจับจ่ายใช้สอยมากในขณะนี้
สหรสำหรับแฟร์เทรด คือ ระบบการค้าเป็นธรรมจะเริ่มพัฒนาตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูก ผู้แปรรูป จนถึงผู้ส่งออก หรือการพัฒนาตลอดทั้งโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้จัดจำหน่าย ผู้บริโภค รวมทั้งผู้ใช้แรงงานไทยที่อยู่องค์กรในระบบการค้าแฟร์เทรดก็ได้รับค่าจ้างอย่างเป็นธรรม มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีและปลอดภัย ผู้แปรรูปสามารถพัฒนาศักยภาพขององค์กรและขยายตลาดส่งออกให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ระบบการค้าเป็นธรรมยังมุ่งเน้นการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม และส่งเสริมการทำการเกษตรอย่าง
ปัจจุบันสินค้าแฟร์เทรดในไทยได้ดำเนินการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการ “การค้าที่เป็นธรรม” มานานกว่า 10 ปี โดยเริ่มจากการร่วมมือกับสมาคมเกษตรกรก้าวหน้า ที่ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ดำเนินโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปรับเปลี่ยนการทำนาข้าวหอมมะลิจากการใช้สารเคมีมาเป็นการทำนาข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ก่อนขยายเป็นผลิตภัณฑ์สับปะรด ในนามสหกรณ์ชาวไร่สับปะรดสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสินค้าอื่นๆ เช่น มะม่วง ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส สำหรับอาหารไทย เป็นต้นได้แก่ ซอสปรุงรสอาหารรสชาติต่างๆ ซอสหวานเทริยากิ น้ำจิ้มไก่ น้ำพริกแกงเขียวหวาน น้ำพริกแกงเผ็ด และผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยร่วมมือกับบริษัทผู้แปรรูปส่งออก เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดในยุโรป และพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้เป็นผู้ผลิตต้นทาง การพัฒนาเริ่มจากพัฒนาวัตถุดิบหลักที่เป็นส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ ถั่วเหลือง น้ำตาลทรายและพริก
ปัจจุบันองค์กรแฟร์เทรด ออริจินอล ได้ศึกษาความต้องการของตลาดและพบว่าของขบเคี้ยวเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม จึงเริ่มโครงการพัฒนาโซ่อุปทานของผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบให้ได้รับมาตรฐานแฟร์เทรดสากล โดยพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่จ.นครราชสีมาร่วมกับผู้แปรรูปมันสำปะหลังและผู้ผลิตข้าวเกรียบ ซึ่งคาดว่าจะวางจำหน่ายได้ประมาณกลางปี 2557 อยงออย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการไทยที่มีความประสงค์จะส่งออกสินค้าแฟร์เทรดไปยังเยอรมนีและพัฒนาหรือให้การช่วยเหลือผู้ผลิตสินค้าสามารถติดต่อได้ที่ Contigo Fairtrade GmbH Wilhelm Lambrecht Str. 3 D 37079 Goettingen Tel. +49551209210 Email : [email protected] www.contigo.de







