posttoday
รัฐจุกแบกข้าวสาร 17 ล้านตันค่าใช้จ่ายพุ่งกระฉูด

รัฐจุกแบกข้าวสาร 17 ล้านตันค่าใช้จ่ายพุ่งกระฉูด

03 กุมภาพันธ์ 2557

จตุพล สันตะกิจ

จตุพล สันตะกิจ

โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลที่ผ่านมา 3 ปี 5 ฤดูกาลผลิต นับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2554 ส่งผลให้รัฐบาลใช้เงินกู้และงบประมาณสูงเกือบ 1 ล้านล้านบาทแล้ว

แบ่งเป็นเงินกู้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2554/2555 และปีการผลิต 2555/2556 รวม 688,672 ล้านบาท เมื่อบวกกับค่าบริหารจัดการในโครงการ 2 ปีการผลิต เช่น ค่าสีแปรสภาพข้าว ค่าเช่าโกดัง ฯลฯ อีกประมาณ 9 หมื่นล้านบาท

เท่ากับว่าเพียง 2 ปีการผลิต รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าว 7.78 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ การรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/2557 รัฐบาลได้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำงบปี 2557 ที่จัดสรรไว้คืนหนี้ในโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร 5.49 หมื่นล้านบาท มาจ่ายค่าข้าวเปลือกให้ชาวนา 3.21 ล้านตัน

และยังมีชาวนาที่นำใบประทวนมาขึ้นเงินกับ ธ.ก.ส.แล้วยังไม่ได้เงินอีก 6.84 ล้านตัน มูลค่า 1.14 แสนล้านบาท และคาดว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการวันที่ 28 ก.พ. จะมีข้าวเปลือกเข้าโครงการอีก 12 ล้านตัน เป็นที่มาว่ารัฐบาลต้องกู้อีก 1.3 แสนล้านบาท

รวมแล้วรัฐบาลต้องใช้เงินกู้และงบประมาณในโครงการนี้ไปแล้ว 9.5 แสนล้านบาท

ขณะที่รายรับจากการขายข้าว ตามข้อมูล ธ.ก.ส. ณ วันที่ 25 ธ.ค. 2556 พบว่า ธ.ก.ส.ได้รับเงินคืนหนี้จากกระทรวงพาณิชย์ 170,960 ล้านบาท แต่เป็นเงินจากค่าขายข้าว 148,396 ล้านบาท ที่เหลือได้จากการขายมันสำปะหลัง 22,564 ล้านบาท

“เท่ากับว่า รัฐบาลใช้เงินซื้อข้าว 100 บาท แต่ขายข้าวได้เพียง 17-18 บาทเท่านั้น เห็นได้จาก 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลใช้เงินกว่า 7.88 แสนล้านบาท แต่ขายข้าวได้เพียง 1.4-1.5 แสนล้านบาท โครงการนี้จึงมีผลขาดทุนมหาศาล” วิชัย ศรีประเสริฐ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าว

ล่าสุดโครงการรับจำนำข้าวทำให้รัฐบาลมีหนี้สินคงค้าง 4.63 แสนล้านบาท ขณะที่แผนบริหารหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2557 ปรับปรุงครั้งที่ 1 ให้ ธ.ก.ส.ก่อหนี้ใหม่ 1.3 แสนล้านบาทเพื่อจ่ายในโครงการรับจำนำข้าว ปี 2556/2557 และเพิ่มกรอบเงินกู้ในโครงการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรอีก 1.32 หมื่นล้านบาท รวม 1.42 แสนล้านบาท

หากกู้ 1.42 แสนล้านบาทสำเร็จ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจะมีหนี้จากการรับจำนำข้าวอย่างเดียว 6.05 แสนล้านบาท และมีข้าวสารในสต๊อก 17 ล้านตัน

รศ.สมพร อิศวิลานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าว สถาบันคลังสมองของชาติ ประเมินว่า วันนี้รัฐบาลน่าจะมีข้าวสารในสต๊อกไม่น้อยกว่า 17 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวสารก่อนปี 2555/2556 จำนวน 10 ล้านตัน และข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/2557 อีก 10.8 ล้านตัน ซึ่งสีแปรสภาพเป็นข้าวสารได้ 67 ล้านตัน

เมื่อสอบทานกับคำแถลงต่อสภาเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2556 ของ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ที่ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ข้าวสารจากการรับจำนำ 27.4 ล้านตัน ขายแล้ว 11.7 ล้านตัน มีข้าวสารที่ผูกพันและรอการขาย 5 ล้านตัน และข้าวที่ไม่มีภาระผูกพัน 10.8 ล้านตัน เมื่อรวมกับข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/2557 อีก 12 ล้านตัน หรือประมาณ 7 ล้านตันข้าวสาร เป็นไปได้สูงว่ารัฐบาลมีข้าวสารในมือรวม 1718 ล้านตัน

รศ.สมพร ระบุ หากรัฐบาลมีข้าวสารในสต๊อก 14 ล้านตัน จะทำให้รัฐบาลมีรายจ่ายปีละ 1.45 หมื่นล้านบาท เช่น ค่าเช่าโกดังปีละ 3,360 ล้านบาท ค่าตรวจสอบคุณภาพข้าวปีละ 448 ล้านบาท ค่าอบยาปีละ 504 ล้านบาท และดอกเบี้ย 2.5% หรือปีละประมาณ 8,500 ล้านบาท เป็นต้น

สรุปได้ว่าโครงการรับจำนำข้าว 5 ฤดูกาลผลิต ทำให้รัฐบาลมีหนี้ค้างชำระ 6 แสนล้านบาท และมีข้าวสารในมือ 17 ล้านตัน ที่มีค่าบริการจัดการปีละไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท และในสถานการณ์ที่ราคาข้าวทั่วโลกตกต่ำลงการขายข้าวสารจะทำให้ผลการขาดทุนในโครงการสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท