
‘ธนชาต’แนะพักเงินหนีเข้ากองตลาดเงิน
บลจ.ธนชาต ชวนนักลงทุนหลบภัยการเมือง เข้าลงทุนกองทุนตลาดเงิน ชี้พักเงินรอเวลาออกลุยหุ้น
บลจ.ธนชาต ชวนนักลงทุนหลบภัยการเมือง เข้าลงทุนกองทุนตลาดเงิน ชี้พักเงินรอเวลาออกลุยหุ้น
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต เปิดเผยว่า ในระหว่างที่สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศยังไม่มีความชัดเจน แนะนำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในกองทุนตลาดเงิน ซึ่งเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง สามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนได้ทุกวัน จึงเหมาะที่จะเป็นแหล่งพักเงินในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง
“ปัญหาทางการเมืองในประเทศยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ต้องจับตามองอยู่ตลอดเวลา ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจรอบด้าน รวมถึงตลาดหุ้นมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา นักลงทุนยังคงชะลอตัว เมื่อสถานการณ์ยังคงไม่มีความชัดเจน บลจ.ธนชาต ขอเสนอกองทุนเปิดธนชาตบริหารเงิน ที่มีความเสี่ยงต่ำ ให้โอกาสผลตอบแทนที่ดี ไว้เป็นทางเลือกให้นักลงทุน เพื่อเป็นแหล่งพักเงินระยะสั้นจนกว่านักลงทุนจะเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ภายในประเทศมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น” นายบุญชัย กล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กองทุนรวมตลาดเงินที่เป็นกองทุนเปิดในอุตสาหกรรมกองทุนมีอยู่ทั้งสิ้น 31 กองทุน โดยผลดำเนินงานย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 30 ม.ค. 2557 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.2% ต่อปี ย้อนหลัง 3 เดือน เฉลี่ยเท่ากับ 0.58% ย้อนหลัง 6 เดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 0.72% และย้อนหลัง 12 เดือน เฉลี่ยอยู่ที่ 1.53% ต่อปี
ในขณะที่กองทุนเปิดธนชาตบริหารเงิน (TCASH) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นและเงินฝากที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 397 วัน โดยเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2557 มีผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน 2.51% เทียบดัชนีมาตรฐาน 1.32% ย้อนหลัง 6 เดือน 2.46% เทียบดัชนีมาตรฐาน 1.36% ย้อนหลัง 12 เดือน 2.5% เทียบดัชนีมาตรฐาน 1.38%
ขณะที่สัดส่วนการลงทุน ณ วันที่ 27 ธ.ค. 2556 แบ่งออกเป็นเงินฝากและอื่นๆ อีก 59.41% หุ้นกู้ 14.9% และพันธรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ 26.69%
นอกจากนี้ ยังมีกองทุนเปิดธนชาต Income Plus (TIncomePlus) ที่มีนโยบายลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงขึ้น โดยเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2557 ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน 3.01% เทียบดัชนีมาตรฐาน 5.93% ย้อนหลัง 6 เดือน 2.84% เทียบดัชนีมาตรฐาน 3%
ขณะที่สัดส่วนการลงทุน ณ วันที่ 27 ธ.ค. 2556 แบ่งออกเป็นเงินฝากและอื่นๆ 49.99% พันธบัตรรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ 43.04% และหุ้นกู้ 6.98%







