
‘จีสตีล’รอการเมืองเดินเครื่องผลิตมี.ค.
จีสตีล รอการเมืองจบ เดินหน้าหาแหล่งทุน มั่นใจเปิดประตูโรงงานเดินเครื่องไตรมาสแรก
จีสตีล รอการเมืองจบ เดินหน้าหาแหล่งทุน มั่นใจเปิดประตูโรงงานเดินเครื่องไตรมาสแรก
นายชาญ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) ในฐานะที่ปรึกษาการเงินปรับโครงสร้างหนี้บริษัท จีสตีล (GSTEL) เปิดเผยว่า การจัดหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียน 2,000 ล้านบาท เพื่อจัดหาวัตถุดิบและเปิดเครื่องผลิตแผ่นเหล็กรีดร้อนให้กับจีสตีล ต้องชะลอลงเนื่องจากปัญหาการเมืองไทยและปัญหาเศรษฐกิจต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน เงินเพิ่มทุนที่บริษัท จีสตีล และ จี เจ สตีล (GJS) ได้รับมาก่อนหน้านี้ นำไปใช้ผลิตในโรงงาน GJS ซึ่งผลิตได้ 6.5 หมื่นตันต่อปี
“การเปิดโรงงานจีสตีล ต้องใช้เงิน 2,000 ล้านบาท การเจรจาเงินทุนยังไม่หยุด แต่ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจต่างประเทศทำให้แหล่งทุนชะลอไปก่อน เมื่อการเมืองดีและสถานการณ์เหล็กดีขึ้น เชื่อว่าหาเงินทุนได้”
นายชาญ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างหนี้จีสตีลด้วยการลดหนี้และแปลงหนี้เป็นทุน ส่งผลให้มูลค่าหนี้ลดลงมาก จากระดับ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เหลือ 450 ล้านเหรียญสหรัฐ
ด้านราคาหุ้น GSTEL ปรับตัวลงต่ำกว่า 10 สตางค์ ที่ปรึกษา ระบุว่า เนื่องจากไม่มีแรงซื้อเข้ามา เมื่อมีแรงขายออกมา ราคาหุ้นจึงปรับตัวลงแรง ถือว่าไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ประกอบกับปัญหาการเมืองส่งผลกระทบตลาดหลักทรัพย์และหุ้นจีสตีล
นายริวโซ โอกิโน กรรมการจีสตีล ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ ว่า บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการที่จะกลับมาผลิตไตรมาสแรกปีนี้ โดยเริ่มให้บริษัทย่อย GJS กลับมาผลิตก่อนตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการแผ่นเหล็กรีดร้อนในตลาด โดยไตรมาส 4 ปี 2556 การนำเข้าแผ่นเหล็กรีดร้อนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะนี้ตลาดเหล็กได้ระยะเวลาและตลาดที่เหมาะสมกับการผลิตแล้ว
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของจีสตีลกำลังเจรจาเงื่อนไขเงินกู้อยู่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปไตรมาสแรกปี 2557 นี้เช่นกัน และจะช่วยให้บริษัทกลับมาดำเนินการผลิตได้ และมีนโยบายลูกหนี้ค้างชำระหากต้องการซื้อสินค้าต้องจ่ายหนี้ที่ค้างกับบริษัทตามปริมาณที่สั่งซื้อสินค้าใหม่ทุกครั้ง







