posttoday
กกร.ถกแบงก์ยืดหนี้เอสเอ็มอี

กกร.ถกแบงก์ยืดหนี้เอสเอ็มอี

03 กุมภาพันธ์ 2557

กกร.หารือช่วยเอสเอ็มอี จันทร์ 3 ก.พ.นี้ พิษการเมืองทุบสภาพคล่อง เร่งคุยแบงก์ช่วย

กกร.หารือช่วยเอสเอ็มอี จันทร์ 3 ก.พ.นี้ พิษการเมืองทุบสภาพคล่อง เร่งคุยแบงก์ช่วย

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมประจำเดือน วันจันทร์ที่ 3 ก.พ. ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท. หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย จะหยิบยกปัญหาความติดขัดด้านสภาพคล่องของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การเมืองขึ้นมาหารือ

“ในส่วนของ ส.อ.ท. ก็มีแนวทางช่วยเหลือแต่ก็เป็นส่วนของการให้คำปรึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน แต่ปัญหาของผู้ที่ถูกกระทบมากคือรายกลางและรายเล็กคือเรื่องสภาพคล่องจากยอดขายที่ลดลง” นายพยุงศักดิ์ กล่าว

นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า การขาดสภาพคล่องของธุรกิจขนาดเล็กหรือกลุ่มที่ยอดขายต่ำกว่า 200 ล้านบาทลงมา เกิดทั้งธุรกิจรายเล็กที่เป็นผู้ส่งออก แต่ที่หนักกว่าคือกลุ่มที่ฐานธุรกิจอยู่ในประเทศโดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว บริการ สินค้าอุปโภคบริโภคที่ขายให้นักท่องเที่ยวและโอท็อป ซึ่งกลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วนถึง 85% ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีกว่า 2 ล้านราย

“ในที่ประชุม กกร. วันจันทร์ที่ 3 ก.พ.นี้ เราเลยต้องคุยกับทางแบงก์ว่าตอนนี้เอสเอ็มอีเขามีปัญหามาก ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่ได้มาจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของเขา เราจะหารือว่าช่วยยืดหยุ่นให้หน่อยได้ไหมในการชำระสินเชื่อ หรือถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ปล่อยเครดิตเพิ่มให้ในช่วงสั้นๆ ที่เขามีปัญหาเพราะถ้าเห็นมีปัญหาแล้วรีบดึงหนี้กลับเลยก็ยิ่งเพิ่มปัญหาให้เขาเราก็จะขอร้องแบงก์ให้เข้าใจตรงนี้และพิจารณาลูกค้าเป็นรายๆไป”นายวัลลภ กล่าว

นอกจากนี้ หากปัญหายังยืดเยื้อ ยอดขายผู้ประกอบการตกลง ธนาคารปล่อยสินเชื่อยากขึ้น ผลคือ ผู้ประกอบการจะเริ่มหันออกไปใช้เงินนอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งหากกู้มาแล้วสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ปัญหาที่จะตามมาคือปัญหาทางสังคม

ทั้งนี้ ผลจากสถานการณ์ทางการเมืองไม่ได้กระทบเพียงกลุ่มเอสเอ็มอีที่อยู่ในและรอบๆ ใกล้เคียงกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมนุมเท่านั้น ซึ่งในช่วงปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา สายงานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ส.อ.ท. ได้ทำแบบสำรวจความคิดเห็นเอสเอ็มอีในต่างจังหวัด 350 รายเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจพบว่า 40% ของผู้ประกอบการระบุว่ายอดขายจะลดลงอย่างมาก อีก 50%มียอดขายลดลงเล็กน้อยอีก 10% ระบุว่ายอดขายเท่าเดิม ไม่มีรายใดที่ระบุว่ายอดขายจะดีขึ้น

นอกจากนี้  70% ของเอสเอ็มอีที่ตอบแบบสอบถามก็คาดว่าผลประกอบการในปี2557 จะแย่กว่าปีที่แล้ว โดยความเชื่อมั่นส่วนใหญ่ก็อยู่ระดับที่ต่ำกว่า 50 เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงวิตกต่อทั้งภาวะเศรษฐกิจและการเมือง ประกอบกับยังเจอกับปัญหาต้นทุนสูง ขาดแคลนแรงงานและขาดสภาพคล่อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท