
ท่องเที่ยวหนีการเมืองยืดเยื้อ
สวนสยามร่นแผนขยายลงทุนเร็วขึ้นกระจายความเสี่ยงหนีกทม.หันลุยภูธร
สวนสยามร่นแผนขยายลงทุนเร็วขึ้นกระจายความเสี่ยงหนีกทม.หันลุยภูธร
ธุรกิจท่องเที่ยวปรับแผนกระจายเสี่ยงการลงทุน หลังประเมินปัญหาการเมืองใน กทม.ยืดเยื้อ
นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิตี้วอล์ค ผู้บริหารสวนน้ำและสวนสนุก สวนสยาม เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างปรับแผนการดำเนินงานใหม่ โดยจะเร่งแผนการขยายธุรกิจเปิดสวนน้ำ หรือสวนสนุกในต่างจังหวัดให้เร็วขึ้น จากเดิมวางแผนไว้ว่า จะขยายใน 2-3 ปีข้างหน้า อาจจะเร่งสรุปภายในปีนี้เลยเพื่อให้ทันลงทุนในปีหน้า เนื่องจากต้องการกระจายความเสี่ยงธุรกิจ เพราะพบว่าที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ต้องเผชิญปัญหาการเมืองในช่วง 2-3 ปี ซึ่งแต่ละครั้งใช้เวลายาวนาน หากกระจายธุรกิจไปยังพื้นที่ที่ความเสี่ยงทางการเมืองน้อยได้ ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ดี
“เดิมเคยคิดว่า กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางธุรกิจเที่ยวได้ตลอดปีและอุณหภูมิเหมาะสม แต่เมื่อมีความเสี่ยงทางการเมืองเช่นนี้ ก็คงมองการขยายธุรกิจไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ในจังหวัดที่ไม่ค่อยมีความเสี่ยงด้านการเมืองเอาไว้ด้วย เช่น นครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี หรือขอนแก่น ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เพราะฐานลูกค้าหลักของสวนสยามคือคนไทย แต่ยอมรับว่าทั้งสองภูมิภาคนี้ มีปัญหาเรื่องอากาศหนาวเย็นยาวกว่าภาคอื่น อาจมีปัญหากับการทำธุรกิจสวนน้ำบ้าง เพราะโอกาสขายน้อยลงในช่วงฤดูหนาว” นายวุฒิชัย กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าจะตัดสินใจเรื่องแผนการลงทุนในต่างจังหวัดช่วงครึ่งปีหลังนี้ สาเหตุที่ยังไม่เร่งตัดสินใจตั้งแต่ครึ่งปีแรก เพราะต้องการรอดูสถานการณ์การเมืองก่อนว่าจะไปในทิศทางใดบ้าง หลังจากที่การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.นี้เกิดขึ้น ขณะเดียวกันคงต้องทบทวนเป้าหมายผู้ใช้บริการและรายได้ปีนี้ใหม่ด้วย โดยจะทบทวนอีกครั้งหลังจากช่วงเทศกาลตรุษจีนรวมถึงช่วงวันหยุดยาว วันมาฆะบูชาที่ตรงกับวันแห่งความรักด้วย
สำหรับแนวโน้มผู้ประกอบการจะขยายธุรกิจสวนสนุก สวนน้ำ สวนพักผ่อนหย่อนใจไปต่างจังหวัดนั้นมีมานานแล้ว เพราะกรุงเทพฯ เริ่มมีธุรกิจเหล่านี้แออัดเกินไป ต้นทุนธุรกิจแพง ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนนอกพื้นที่กรุงเทพฯ และเมื่อมีปัญหาการเมืองครั้งนี้เกิดขึ้น น่าจะทำให้ผู้ประกอบการที่ยังลังเลในการตัดสินใจขยายลงทุนนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังมองว่าผู้ประกอบการที่ขยายการลงทุนตามเมืองท่องเที่ยวอื่นที่ใช้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง ทั้งพัทยาและหัวหินก็คงเริ่มพิจารณากระจายความเสี่ยงไปขยายธุรกิจในจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ต้องอาศัยการเดินทางเชื่อมโยงจากกรุงเทพฯ แล้วเช่นกัน เช่น กระจายไปยังภูเก็ตและสมุย เป็นต้น
ขณะที่ก่อนหน้านี้ เครือโรงแรมดุสิตก็ได้ประกาศแผนการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงจากปัญหาทางการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวจึงต้องหารายได้เสริมธุรกิจโรงแรม โดยตั้งแผนกพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ใช่โรงแรมเป็นครั้งแรก เช่น คอมมูนิตี้ มอลล์ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม และวิลล่า ซึ่งจะมีส่วนส่งเสริมธุรกิจโรงแรมได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ได้ปรับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรม 70% และธุรกิจอีก 30% จากปัจจุบันมาจากโรงแรม 100% โดยคาดว่าจะเริ่มลงทุน 1-2 โครงการในปีนี้ เบื้องต้นจะลงทุนใน จ.นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) เป็นต้น







