
หมดเครดิต?
หายหน้าหายตาไปหลายวัน จนเกือบต้องลงประกาศตามหาตัว ในที่สุด “ขุนคลังรักษาการ”
หายหน้าหายตาไปหลายวัน จนเกือบต้องลงประกาศตามหาตัว ในที่สุด “ขุนคลังรักษาการ” กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ก็เปิดใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แจกแจงการกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท เพื่อจ่ายค่าข้าวเปลือกให้ชาวนา
เดอะโต้ง ไล่ให้เห็นตั้งแต่การปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบ 2557 ครั้งที่ 1 ที่กระทรวงการคลังเสนอโยกเงินกู้ 1.2 แสนล้านบาท ตามแผนกู้เงินภายใต้ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และเงินกู้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต 1.7 หมื่นล้านบาท มาโปะการก่อหนี้ใหม่ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/2557 ว่าทำได้ตามกฎหมาย
กิตติรัตน์ มั่นใจว่า การกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะจากการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับการยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/2557 ได้ก่อให้เกิดหนี้ที่รัฐบาลมีหน้าที่ต้องชำระตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไว้ก่อนตรา พ.ร.ฎ.ยุบสภาฯ
แต่ข้อมูลที่ กิตติรัตน์ ตั้งใจบอกเล่าก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ สงสัยทีมพีอาร์“ตึกวอยซ์” จะก๊อบปี้ข่าวเก่าๆ มาแปะหน้าเฟซบุ๊กเท่านั้น
เพราะ 2-3 วันมานี้ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลังเขียนเฟซบุ๊กอัดแผนการกู้เงินของกระทรวงการคลังว่าผิดรัฐธรรมนูญ ถ้าธนาคารไหนกล้าให้รัฐบาลกู้ ก็เตรียมตัวถูกฟ้องได้เลย
เพราะความจริงที่เกิดขึ้นขณะนี้ ทั้งธนาคารรัฐและธนาคารพาณิชย์ต่างลังเล ไม่เสี่ยงที่จะปล่อยกู้ เนื่องจากเป็นหนี้ที่สุ่มเสี่ยงและเกิดการทุจริตทุกขั้นตอน
แม้ ชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการกฤษฎีกา ที่ กิตติรัตน์ ยกมากล่าวอ้างบอกว่าสามารถกู้เงินได้ แต่เมื่อสืบสาวลงไปจากหนังสือที่ นร.0901/85 ลงวันที่ 23 ม.ค. 2557 กลับกลายเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่มติคณะกรรมการกฤษฎีการชุดใหญ่
เมื่อเป็นเช่นนี้ หนี้ที่ก่อขึ้นจะไม่มีผลให้ ครม.ใหม่ต้องชดใช้ หากการกู้เงินขัดต่อรัฐธรรมนูญ นายแบงก์ทั้งหลายก็ต้องรับผิดชอบไปเต็มๆนายแบงก์จึงประกาศอารยะขัดขืนการกู้เงินของรัฐบาลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย
จน กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง คู่กัดของ กิตติรัตน์ โพสต์เฟซบุ๊กเหน็บเข้าชายโครงจนจุกไปทั้ง ครม.ว่า การที่กระทรวงการคลังเปิดประมูลพันธบัตร 2 หมื่นล้านบาท แต่ไม่มีแบงก์ไหนยื่นกู้ และถ้ายื่นปล่อยกู้ก็เสนอดอกเบี้ยแพงสูงลิ่ว จนต้องล้มประมูลในที่สุด เพราะไม่มีแบงก์ไหนมั่นใจว่า รัฐบาลรักษาการมีสิทธิกู้เงินหรือไม่
นั่นก็เท่ากับว่า รัฐบาลหมดเครดิตในสายตาแบงก์ไปแล้ว อูยเจ็บ...ใจจริงๆ







