
ชี้แบงก์กำไรโต4%
ฟินันเซียไซรัสลดพอร์ตแจงข้อดีราคาตํ่า เอเซียพลัสแนะซื้อลงทุนบ้านปู-ลานนา
ฟินันเซียไซรัสลดพอร์ตแจงข้อดีราคาตํ่า เอเซียพลัสแนะซื้อลงทุนบ้านปู-ลานนา
บล.ฟินันเซียฯ ลดน้ำหนักหุ้นแบงก์ต่ำกว่าตลาด คาดกำไรโตแค่ 4% สินเชื่อ 7.4% ชูข้อดีเพียงราคาต่ำ
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2557 ในมุมของกระทรวงพาณิชย์ ดูดีมาก โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกจะขยายตัวถึง 5% ภายใต้สมมติฐานว่าค่าเงินบาทจะอยู่ที่ 29-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ การเติบโตของการส่งออก กระทรวงพาณิชย์คาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 3-5% สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับจีดีพีปี 2556 ที่กระทรวงการคลังมั่นใจว่าจะเติบโตได้ 2.8% ตามที่คาดไว้ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าจะโตไม่ถึง 3%
การคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีของกระทรวงพาณิชย์นับว่าสูงกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งล่าสุดนักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต เพิ่งปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลงเหลือเติบโตเพียง 2% และมูลค่าส่งออกขยายตัว 3.5% เท่านั้น
ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในปี 2557 จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร รวมถึงบรรยากาศการซื้อขายหุ้นและราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์เพียงใดนั้น
นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ออกบทวิเคราะห์กลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยปรับลดน้ำหนักการลงทุนเป็นต่ำกว่าตลาด จากเดิมให้เท่ากับตลาด เนื่องจากคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้นเพียง 4% ในปี 2557 นับว่าโตน้อยกว่าของตลาดโดยรวมที่ 8% ทั้งนี้ ธนาคารทหารไทย (TMB) จะมีกำไรเติบโตดีที่สุดถึง 25% ตามด้วยธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เพิ่มขึ้น 9.7%
การลงทุนหุ้นกลุ่มนี้แนะนำให้เลือกซื้อเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ โดยหุ้นยอดนิยมยังคง KBANK
“แนะนำให้ซื้อหุ้นธนาคารเกือบทั้งหมด ยกเว้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) และธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) ที่ให้ถือเท่านั้น จาก BAY มีกำไรโตติดลบ 4.1% ในปี 2556 และ KKP จะโตติดลบ 0.8% ในปีนี้”
สำหรับเหตุผลที่แนะนำให้ซื้อหุ้นธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ เนื่องจากราคาเริ่มมีความน่าสนใจ ล่าสุดดัชนีกลุ่มนี้ซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (พี/บีวี) เพียง 1.33 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2553 ที่อยู่ราว 1.5 เท่า และยังพบว่าธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) KBANK ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) มีราคาต่ำกว่าในช่วงการชุมนุมทางการเมืองในปี 2553
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่าการเติบโตสินเชื่อคาดกลับมาสู่ระดับปกติที่ 7.4% หรือคิดเป็นประมาณ 2.5 เท่าของจีดีพี ซึ่งสินเชื่อชะลอตัวลงจากการเติบโต 10.5% ในปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่มาจากการชะลอตัวของสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อเกี่ยวกับการลงทุน
ในช่วงที่นักลงทุนต่างชาติขาดความมั่นใจและเทขายหุ้นไทยออกมามากมาหลายวัน วันที่ 31 ม.ค. ทิ้งอีก 2,375 ล้านบาท แต่ดัชนีหุ้นกลับปรับตัวขึ้น 10.21 จุด ปิดที่ระดับ 1,274.28 จุด โดยมี BBL นำตลาด มูลค่าการซื้อขายสูงสุดของวัน 1,780 ล้านบาท ราคาเพิ่มขึ้น 2.50 บาท ปิดที่ 171.50 บาท
นอกจากนั้น BBL ยังมีการซื้อขายบิ๊กล็อตสูงสุดด้วย แบ่งเป็น BBL จำนวน 4,871,950 หุ้น มูลค่า 826 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 169.67 บาท และ BBL-F อีกจำนวน 4,039,750 หุ้น มูลค่า 684 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 169.50 บาท
ด้านการลงทุนในหุ้นถ่านหิน ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส แนะนำ “ซื้อ” ลงทุน สำหรับหุ้นบ้านปู (BANPU) ให้ราคาเป้าหมายที่ 38.22 บาท และบริษัท ลานนารีซอร์สเซส (LANNA) ให้ราคา 14.91 บาท โดยเชื่อว่าราคาถ่านหินได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จากนี้ไปน่าจะฟื้นตัวในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปตามความต้องการใช้ที่จะเพิ่มขึ้น
ขณะที่ราคาถ่านหินอ้างอิงดัชนี BJI ณ วันที่ 30 ม.ค. 2557 เท่ากับ 80.20 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 2.3% หรือ 1.852 เหรียญสหรัฐ จากสัปดาห์ก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยในปี 2557 เท่ากับ 82.89 เหรียญสหรัฐ ลดลง 2.6% จากราคาเฉลี่ยปี 2556
“ราคาถ่านหินที่ลดลงน่าจะเป็นปัจจัยลบระยะสั้นจากผลกระทบช่วงตรุษจีน ยังคงคาดราคาในปีนี้จะสามารถทรงตัวในกรอบ 8085 เหรียญสหรัฐ จากเศรษฐกิจจีนที่เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาเติบโต” บล.เอเซีย พลัส ระบุ







