
อาคเนย์คึกปรับเป้าทะลุ3พันล.
อาคเนย์ประกันชีวิต งัดกลยุทธ์ใหม่ ปรับเป้า ดันเบี้ยรับทะลุ 3,000 ล้าน
อาคเนย์ประกันชีวิต งัดกลยุทธ์ใหม่ ปรับเป้า ดันเบี้ยรับทะลุ 3,000 ล้าน
นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจประกันและการเงินอาคเนย์ เปิดเผยว่า บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จะมีการทบทวนเป้าหมายเบี้ยประกันรับรวมในปีนี้ใหม่ ซึ่งคาดว่าจะทำเบี้ยได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท จากเป้าเดิมที่วางไว้ เนื่องจากขณะนี้บริษัทได้มีการปรับยุทธศาสตร์ในการทำธุรกิจใหม่ แต่เป็นเท่าไรต้องหารือกันอีกครั้ง
นายโชติพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้นายชาติชาย พาราสุข อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนชาตประกันชีวิต เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ของบริษัทแล้ว ซึ่งนายชาติชายมีความเชี่ยวชาญด้านช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ หรือธนาคาร และการขายผ่านสหกรณ์เป็นพิเศษ โดยตั้งเป้าหมายว่าภายใน 12 เดือน ต้องได้เบี้ยประกันจากช่องทางนี้ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท แต่คาดว่าปีนี้ช่องทางนี้ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะเป็นเพียงการเริ่มต้น ซึ่งคาดว่าในปีหน้าถึงทำงานเต็มที่
สำหรับช่องทางตัวแทนนั้น ได้มีตัวแทนจากบริษัทประกันชีวิตที่มีปัญหาย้ายเข้ามาอยู่กับบริษัทเพิ่มอีกประมาณ 100 คน ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายให้ตัวแทนกลุ่มนี้ต้องทำเบี้ยให้ได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท ภายในเดือน มี.ค.ปีหน้า
“เรายังยืนยันเป้าหมายเดิมว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า อาคเนย์ประกันชีวิตต้องติดหนึ่งใน 9 ของธุรกิจให้ได้ ซึ่งการจะถึงเป้าหมายได้ จะอาศัยการเติบโตผ่านช่องทางตัวแทนอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องอาศัยการเติบโตจากช่องทางอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะขายผ่านแบงก์แอสชัวรันส์ ที่ในปีนี้จะได้ข้อสรุปการขายประกันผ่านแบงก์ 2 แห่งก่อน” นายโชติพัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ ภายในเดือน ส.ค. บริษัทจะร่วมกับบริษัทในเครือและบริษัทคู่ค้าเปิดตัวแบบประกันใหม่ และคาดหวังว่าจะมีเบี้ยประกันไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยในส่วนของผู้บริหารล่าสุดก็ได้อดีตผู้บริหารกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ให้เข้ามาดูงานด้านการลงทุน และวางแผนกลยุทธ์ลงทุนใหม่ โดยมีเป้าหมายเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนให้ได้อีก 2-3% จากปัจจุบันผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ที่ 4-5% จากปัจจุบันบริษัทมียอดลงทุนทั้งประกันชีวิตและประกันภัยรวมกันประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ จะได้วางแผนกลยุทธ์ในการทำการตลาดได้ง่ายขึ้นด้วย เพราะการปรับเรื่องการลงทุนใหม่นั้นต้องสอดคล้องกับเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามประเภทความเสี่ยง หรืออาร์บีซี ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะนำมาใช้ในปีหน้าด้วย
นายโชติพัฒน์ กล่าวว่า บริษัทยังได้อดีตผู้บริหารบริษัท เอไอเอ ที่เชี่ยวชาญด้านไอทีมาร่วมงานอีกด้วย เพราะการที่จะเติบโตได้รวดเร็วต้องอาศัยระบบไอทีที่ทันสมัยเป็นเครื่องมือในการทำงาน เพื่อให้มีความรวดเร็ว สะดวกต่อการทำธุรกรรม รวมทั้งการออกผลิตภัณฑ์ก็ต้องเหมาะสมกับภาวะตลาด ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งการมีระบบไอทีที่ทันสมัยจะช่วยให้ทุกฝ่ายทำงานได้รวดเร็ว







