posttoday
คนรุ่นใหม่-สื่อสังคมเปลี่ยนภูมิทัศน์อาเซียน

คนรุ่นใหม่-สื่อสังคมเปลี่ยนภูมิทัศน์อาเซียน

31 มกราคม 2557

อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

หลายประเทศในอาเซียนกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเมืองไทยที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เช่นเดียวกับกัมพูชาที่กำลังเปลี่ยนผ่านบนเส้นทางประชาธิปไตย

ปัญหาทางการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนาน สะท้อนถึงการล้มลุกคลุกคลานของประชาธิปไตยไทย ที่แม้จะใช้เวลาตั้งไข่มานานกว่า 80 ปี กลับยังไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นคง ซึ่งมีหลายปัจจัยประกอบกัน ยิ่งเมื่อบวกกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ประชาธิปไตยไทยจึงอยู่ท่ามกลางความท้าทายในหลากหลายมิติ

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ กรรมการมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย และนักประวัติศาสตร์ผู้คร่ำหวอดด้านอาเซียนมายาวนาน มองว่า ขณะนี้ไทยกลายเป็นคนป่วยของอาเซียน เพราะเมื่อชนชั้นนำไม่สามารถตกลงกันได้ จึงเกิดสงครามตัวแทนระหว่างอำนาจเดิม บารมีเดิม เงินทุนเดิม สู้กับกลุ่มอำนาจใหม่ บารมีใหม่ ทุนใหม่ และปัญหาก็ถูกผลักลงไปถึงคนข้างล่างด้วย

น่าสนใจว่า ไม่เคยมีครั้งไหนในประวัติศาสตร์ไทยที่คนระดับล่างให้ความสำคัญและตื่นตัวกับการเมืองมากเท่าปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 หรือเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516

“ตอนนี้ตัวแปรไม่ได้อยู่ที่คนกรุงเทพฯ เหมือนในอดีตเท่านั้น แต่อยู่ที่คนระดับล่าง ซึ่งกว้างมากๆ พร้อมๆ กับการมีเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัยมากขึ้น ทั้งโทรศัพท์มือถือ อีเมล รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทูบ สิ่งเหล่านี้ทำให้สังคมไทยเปลี่ยนไปจากเดิม”

ขณะที่คนในกรุงเทพฯ จำนวนมากยังนึกไม่ออกว่าคนชนบทในภาคเหนือและอีสานเปลี่ยนไปแล้ว ยังติดภาพเดิมๆ ที่ว่าคนชนบทไม่มีความรู้ ต้องการให้คนยื่นมือมาช่วย แจกสิ่งของต่างๆ ซึ่งเป็นภาพในทศวรรษ 6070 ทั้งที่ปัจจุบันคนชนบทรู้เรื่องราวต่างๆ ไม่ต่างกับคนในเมือง เพราะใครๆ ก็มีมือถือ เคเบิลทีวี และแม้แต่ในหมู่บ้านไกลๆ ที่ถนนยังไม่ดีก็ยังมีเคเบิลทีวีและร้านอินเทอร์เน็ต

เช่นเดียวกับปรากฏการณ์การเมืองในกัมพูชา ที่คนรุ่นใหม่เกิดขึ้นและเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว แม้จะไม่มีปริญญาแต่มีความรู้ เพราะการศึกษาแพร่หลาย ผู้คนสามารถเรียนรู้ได้จากสื่อต่างๆ ไม่เฉพาะการเรียนในระบบของทางการ คนสมัยนี้สามารถเรียนรู้จากเว็บไซต์และสื่อสังคมต่างๆ

นอกจากนี้ ความเป็นเมืองและชนบทแบบแท้ๆ แทบไม่เหลือแล้ว คนในชนบทข้ามมาในเมือง คนเมืองก็ข้ามไปชนบท คนเหล่านี้เดินทางข้ามไปมาเพราะการคมนาคมและการสื่อสารที่ทันสมัยขึ้น

ในจังหวะที่กำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ไทยต้องปฏิรูปหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา เริ่มจากสภามหาวิทยาลัยเป็นอันดับแรก เพราะในสถาบันการศึกษาต่างๆ เต็มไปด้วยคนรุ่นเก่าๆ ที่อยู่ในตำแหน่งมานาน ไม่มีที่ทางให้คนรุ่นใหม่ๆ ซึ่งเหมือนอยู่คนละโลกกัน คนรุ่นเก่าบางคนก็ตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สังคมใดก็ตามที่ไม่มีพลังของคนหนุ่มสาว ไม่มีทางไปรอด และการปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่ทำแค่เฉพาะในห้องเรียน แต่ต้องรวมถึงการเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วย รวมทั้งต้องรู้เท่าทันข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในโลก

ปัจจุบัน อาเซียนกลายเป็นกระแสแฟชั่นที่คนกำลังเห่อ แต่เรื่องที่ควรให้ความสำคัญ คือ ด้านสังคมและวัฒนธรรม ที่จะเป็นตัวนำให้ผู้คนในภูมิภาครู้จักกันมากขึ้น ผู้บริหารของโตโยต้าไปคุยกับทูตไทยประจำพม่า ท่านทูตพิษณุ สุวรรณะชฎ บอกว่า สิ่งสำคัญที่ต้องทำอันดับแรก คือ การทำความเข้าใจสังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และเรียนภาษาเพื่อนบ้าน ไม่ใช่เน้นแต่เรื่องเศรษฐกิจ

“คนไทยยังไม่รู้จักเพื่อนบ้านมากนัก เราไม่รู้จักคนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน วีรบุรุษ หรือแม้แต่นักเขียนสำคัญๆ แต่เรากลับรู้เรื่องของสหรัฐและญี่ปุ่นที่อยู่ไกลออกไป ดังนั้น จึงต้องเร่งส่งเสริมให้คนไทยหันมาเรียนรู้เพื่อนบ้านใกล้ๆ”

หนทางที่ง่ายที่สุด คือ การท่องเที่ยว แต่ต้องไปเที่ยวด้วยความรู้ เตรียมตัวและเตรียมข้อมูลให้ดี เหมือนกับนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกและญี่ปุ่น เวลาไปเที่ยวต่างประเทศจะหาข้อมูลก่อน มีแผนที่และหนังสือแนะนำต่างๆ เราต้องรู้จักเพื่อนบ้าน เพราะไทยอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้ในโลกยุคปัจจุบัน

ในปีนี้ มูลนิธิฯ มีแผนจะจัดงานสัมมนาวิชาการประจำปีในวันที่ 34 ธ.ค. เน้นเรื่องเกี่ยวกับไทยและพม่าในกรอบอาเซียน จัดที่มหาวิทยาลัยนเรศวร และจะเดินทางดูงานโดยข้ามจากด่านแม่สอด จ.ตาก ไปเมืองเมียวดี มะละแหม่ง เลียบชายฝั่งทะเลแถบทวาย มะริด ตะนาวศรี ซึ่งยังไม่มีใครสำรวจเส้นทางนี้อย่างจริงจัง เพราะพม่าตอนล่างถูกปิดมานานร่วม 200 ปี และญี่ปุ่นสนใจเส้นทางนี้ที่ตัดไปถึงเมืองดานังของเวียดนามได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท