
มาเลย์ลุยหนุนSMEอาหาร
เปิดคอร์สต่อยอดความรู้ปล่อยกู้ดอกตํ่าเชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชาติโตยั่งยืน
เปิดคอร์สต่อยอดความรู้ปล่อยกู้ดอกตํ่าเชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชาติโตยั่งยืน
ภาครัฐมาเลเซียผนึกกำลัง หนุนเอสเอ็มอีกลุ่มอาหาร มุ่งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจชาติ
กระทรวงพัฒนาอุตสาหกรรมมาเลเซีย ประกาศจับมือกับสถาบันเพื่อการพัฒนาและวิจัยเกษตรกรรมแห่งชาติ ขยายความร่วมมือการให้ความช่วยเหลือแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในอุตสาหกรรมอาหารในประเทศมากขึ้นผ่านโครงการต่างๆ หวังส่งเสริมศักยภาพของธุรกิจขนาดเล็กในอุตสาหกรรมอาหาร ให้สามารถผงาดขึ้นเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของชาติ
ภายใต้โครงการดังกล่าว หมายรวมถึงการเปิดหลักสูตรให้ความรู้แก่ประชาชนในแถบชนบทผ่านโครงการ “เสริมศักยภาพการแปรรูปอาหารในชนบท” เพื่อยกระดับธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหารให้ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
ขณะเดียวกัน กระทรวงพัฒนาอุตสาหกรรมยังเตรียมปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงินระหว่าง 1 หมื่น2.5 แสนริงกิต (ราว 9.8 หมื่น2.4 ล้านบาท) แก่ผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหาร ขณะที่สมาคมความร่วมมือเพื่อการพัฒนาและส่งเสริมการค้าภายนอกแห่งมาเลเซียได้จัดตั้งกองทุนวงเงิน 1 แสนริงกิต (ราว 9.85 แสนบาท) เพื่อใช้โปรโมทผลิตภัณฑ์ของบริษัทในต่างประเทศอีกด้วย
ในประเด็นดังกล่าว ดาโต๊ะ จูเลียฮา นาราวี รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมมองว่า ผู้ประกอบการรายย่อยในอุตสาหกรรมอาหารควรเร่งใช้ประโยชน์จากโครงการต่างๆ ของภาครัฐโดยเร็ว เพื่อสามารถขยายธุรกิจในตลาดทั้งในและต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง
“ธุรกิจขนาดเล็กในอุตสาหกรรมอาหารของประเทศมีศักยภาพการขยายตัวสูง ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความสามารถมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการแล้ว ยังนับเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศโดยรวมให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย” รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมระบุ
นอกเหนือจากอุตสาหกรรมอาหารแล้ว ธุรกิจขนาดเล็กของมาเลเซียในภาคอุตสาหกรรมการผลิตแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ยังสามารถเจาะตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในอินเดียอีกด้วย
โอกาสทางธุรกิจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากอาร์ ชิวาคูมาร์ สมาพันธ์ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมประจำรัฐกรณาฏกะ ประกาศแผนส่งเสริมการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้ 2,240 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างมาเลเซียและอินเดียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และจ้างงานเพิ่มกว่า 2.5 ล้านคนทีเดียว







