
การลดต้นทุน
วิธีการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อสร้างความเข้มแข็งของกิจการเหนือคู่แข่ง ที่นิยมใช้กันมีด้วยกันหลายวิธี อาทิ การลดต้นทุน การเพิ่มคุณภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่ม การลดความสูญเปล่า การประหยัดพลังงาน การเพิ่มผลผลิต การสร้างเสริมความปลอดภัย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี การบำรุงรักษาเครื่องจักร การบรรจุหีบห่อ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมถึงมาตรการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น
วิธีการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อสร้างความเข้มแข็งของกิจการเหนือคู่แข่ง ที่นิยมใช้กันมีด้วยกันหลายวิธี อาทิ การลดต้นทุน การเพิ่มคุณภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่ม การลดความสูญเปล่า การประหยัดพลังงาน การเพิ่มผลผลิต การสร้างเสริมความปลอดภัย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี การบำรุงรักษาเครื่องจักร การบรรจุหีบห่อ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมถึงมาตรการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น
ในบรรดาวิธีการต่างๆ ข้างต้นนี้ ธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ มักจะให้ความสำคัญกับ “การลดต้นทุนการผลิต” เป็นลำดับต้นๆ
เพราะต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า จะทำให้เราสามารถตั้งราคาขายสินค้าหรือบริการได้ต่ำกว่าหรือถูกกว่า ซึ่งดึงดูดลูกค้าให้ควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อได้ง่ายกว่าและมากกว่าด้วย
ทุกวันนี้ ผู้คนส่วนใหญ่มักนิยมชมชอบ “ของถูก” ดังเห็นได้จากการช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ผู้บริโภคอย่างเราๆนิยมชมชอบมุมสินค้าราคาถูก สินค้าตัวไหนมีป้าย “SALE” จะดึงดูดเราให้ไปพินิจพิจารณา ยิ่งเป็นช่วงโปรโมชั่น “ซื้อ 1 แถม 1” ด้วยแล้ว ก็จะยิ่งขายดิบขายดีเป็นเท่าทวี
ดังนั้น สินค้าหรือบริการใด (ในระดับเดียวกัน) ที่มีราคาขายถูกกว่า เนื่องจากต้นทุนที่ต่ำกว่า ก็ถือว่ามีความได้เปรียบในการแข่งขันมากกว่า
การลดต้นทุนสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การปรับลดพนักงาน (เพื่อลดค่าแรงและค่าสวัสดิการต่างๆ) การปรับลดขนาดของพื้นที่ทำงาน (เพื่อลดค่าเช่าและค่าใช้จ่ายต่างๆ) การลดค่าน้ำค่าไฟ การประหยัดพลังงาน การลดความสูญเปล่า การปรับปรุงการผลิต การปรับปรุงหรือเปลี่ยนเครื่องจักร การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต เป็นต้น
วิธีการลดต้นทุนที่เห็นผลเร็วที่สุด ก็คือ การปรับลดพนักงานให้เหลือน้อยลง ซึ่งสามารถลดค่าแรงงานหรือเงินเดือนและค่าสวัสดิการต่างๆได้ทันที ต้นทุนก็ลดน้อยลงทันตาเห็น วิธีลดพนักงานนี้นอกจากจะมีปัญหาด้านการเกลี่ยงานให้พนักงานที่เหลืออยู่ และต้องจ่ายค่าแรงเพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะมีปัญหาด้านขวัญและกำลังใจที่เหลืออยู่
การลดต้นทุนโดยการปรับลดพนักงาน จึงไม่นิยมใช้กันในภาวะปกติ นอกจากในภาวะวิกฤติหรือช่วงที่ขายไม่ดีหรือมีปัญหาด้านการตลาด โดยมากแล้วจะใช้วิธีนี้เป็นมาตรการสุดท้ายหลังจากวิธีอื่นๆไม่ได้ผล
วิธีการลดต้นทุนการผลิตด้วยการลงทุนเพิ่มก็มีความสำคัญไม่น้อย เช่น การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (แทนเครื่องจักรเก่าที่ใช้งานอยู่) แต่ SMEs จำนวนมากก็ไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ได้ (ทุกภาครัฐมีโครงการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรจำนวนมาก)
วิธีที่ขอเสนอให้พวกเรา (โดยเฉพาะ SMEs) ดำเนินการเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยแทบไม่ต้องลงทุนเพิ่มเลยและมีผลกระทบกระเทือนน้อยที่สุดด้วย ก็คือ “การลดความสูญเสียหรือความสูญเปล่า” และ “การปรับปรุงกระบวนการผลิต”
การลดความสูญเปล่า ได้แก่ การทำงานให้ผิดพลาดน้อยลง การผลิตที่ทำของเสียน้อยลง การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การทำงานอย่างมีมาตรฐาน เป็นต้น
การปรับปรุงกระบวนการผลิตที่ได้ผลเสมอ ก็คือ การปรับลดขั้นตอนการผลิตให้น้อยลงหรือสั้นลง โดยได้ผลลัพธ์เท่าเดิมหรือมากกว่า เช่น เดิมใช้ 10 ขั้นตอน จึงทำให้ได้ดินสอ 1 แท่ง แต่วิธีใหม่เหลือเพียง 7 ขั้นตอนเท่านั้นก็ได้ดินสอ 1 แท่ง เป็นต้น
การลดความสูญเปล่าและการปรับปรุงกระบวนการผลิต จึงเป็นเรื่องที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่มหรือเพิ่มก็แต่น้อย สิ่งที่ต้องการ ก็คือ การเป็นคนช่างสังเกต การใช้ความคิดเพื่อการปรับปรุง การเรียนรู้เร็วและการทำงานอย่างมืออาชีพ เพื่อลดความสูญเสียต่างๆให้หมดไป หรือเหลือน้อยที่สุด
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ จึงขึ้นอยู่กับ “การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง” ของทุกผู้คนที่เกี่ยวข้องในองค์กร ก็แค่นั้นจริงๆ ครับผม!







