
ทำความรู้จักราคาของ Options ที่ซื้อขายในปัจจุบัน
การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐที่จัดขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ได้สร้างแรงกดดันตลาดทุนทั่วโลกค่อนข้างหนัก ยิ่งในไทยเองที่มีความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้ทั้งหุ้นและฟิวเจอร์สร่วงตามๆ กัน แทบจะเรียกได้ว่าแดงกันทั้งกระดาน ยกเว้น พุทออปชั่น ของ TFEX ที่กลับเขียวยกแผงทำจนเกิดคำถามว่า ราคาของสินค้าประเภทนี้จะไม่หวั่นไหวตามภาวะการลงทุนหรืออย่างไร ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์ “นัดพบ TFEX” จึงขอนำรายละเอียดเกี่ยวกับราคาของออปชั่นมาทำความเข้าใจกันนะครับ
การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐที่จัดขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ได้สร้างแรงกดดันตลาดทุนทั่วโลกค่อนข้างหนัก ยิ่งในไทยเองที่มีความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้ทั้งหุ้นและฟิวเจอร์สร่วงตามๆ กัน แทบจะเรียกได้ว่าแดงกันทั้งกระดาน ยกเว้น พุทออปชั่น ของ TFEX ที่กลับเขียวยกแผงทำจนเกิดคำถามว่า ราคาของสินค้าประเภทนี้จะไม่หวั่นไหวตามภาวะการลงทุนหรืออย่างไร ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์ “นัดพบ TFEX” จึงขอนำรายละเอียดเกี่ยวกับราคาของออปชั่นมาทำความเข้าใจกันนะครับ
ออปชั่นทั้งประเภท คอลออปชั่น (Call Options) และ พุทออปชั่น (Put Options) ถือเป็นอนุพันธ์ประเภทที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการ “ซื้อ” (สำหรับ Call Options) หรือ “ขาย” (สำหรับ Put Options) สินค้าอ้างอิงตามราคาที่ระบุในออปชั่นดังกล่าว หรือที่เรียกว่า ราคาใช้สิทธิ (Strike Price)
และด้วยราคาใช้สิทธินี้เอง ส่งผลให้ออปชั่นมีความน่าสนใจแตกต่างกันไปตามระดับของราคาใช้สิทธิและประเภทของสัญญาสิทธิ ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็น คอลออปชั่น (หรือสิทธิซื้อ) สัญญาที่มีราคาใช้สิทธิต่ำๆ ก็จะน่าสนใจกว่ารุ่นที่มีราคาใช้สิทธิสูงๆ เพราะถือว่าเมื่อเกิดการใช้สิทธิก็จะจ่ายเงินเพื่อซื้อต่ำกว่า ส่วนถ้าเป็น พุทออปชั่น (หรือสิทธิขาย) นั้น สัญญาที่มีราคาใช้สิทธิสูง ก็จะทำให้ผู้ถือใช้สิทธิขายให้กับคู่สัญญาได้ในราคาที่สูง จึงเป็นที่น่าสนใจกว่าพุทออปชั่นที่มีราคาใช้สิทธิต่ำ (หรือขายได้ราคาต่ำนั่นเอง)
หรืออาจกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า การที่ออปชั่นสามารถใช้สิทธิซื้อได้ต่ำกว่าราคาตลาด หรือขายได้ราคาสูงกว่าราคาตลาดทำให้ออปชั่นมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น และช่วยเพิ่มมูลค่าหรือราคาของออปชั่นหรือที่เรียกว่าพรีเมียม (Premium) ที่มีการซื้อขายอยู่ในตลาด TFEX นั่นเอง
ดังนั้น คำถามที่ชวนให้สงสัย ก็คือ แล้วพรีเมียมของคอลออปชั่นที่มีราคาใช้สิทธิสูงกว่าสินค้าอ้างอิง หรือของพุทออปชั่นที่มีราคาใช้สิทธิต่ำกว่าสินค้าอ้างอิงก็น่าจะเป็นศูนย์ ใช่หรือไม่ เพราะถ้าเกิดการใช้สิทธิจะไม่เกิดกำไรกับผู้ถือ?
ในส่วนนี้ตอบได้เลยว่า คำกล่าวข้างต้นเป็นการมองออปชั่นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยมองเพียงแค่ส่วนต่างของราคาใช้สิทธิกับจากราคาปัจจุบันของสินค้าอ้างอิง แต่จริงๆ แล้วสิทธิซื้อสิทธิขายที่ประเมินอยู่นี้เป็นสิทธิในอนาคต ดังนั้น จึงต้องมีการประเมินว่าในอนาคตเมื่อใช้สิทธิแล้วจะสร้างผลตอบแทนได้มากน้อยแค่ไหนด้วย
ต้วอย่างเช่น หากปัจจุบันดัชนี SET50 อยู่ที่ 865.18 จุด แต่คอลออปชั่นที่ครบอายุเดือน March 2014 ที่ราคาใช้สิทธิ 900 จุด (หรือที่ใช้สัญลักษณ์การซื้อขายคือ S50H14C900) ก็มีการซื้อขายกันที่ราคา 10.7 จุด ทั้งๆ ที่คอลออปชั่นนี้ให้สิทธิซื้อดัชนี SET50 สูงกว่าดัชนีปัจจุบันอยู่ถึง 34.82 จุดก็ตาม ทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากผู้ลงทุนคาดว่าในช่วงอีก 2 เดือน ที่สัญญานี้จะครบอายุ ดัชนี SET50 จะมีการขยับตัวเพิ่มขึ้นและขึ้นไปสูงกว่าราคาใช้สิทธิที่ 900 จุด จึงยินดีที่จะจ่ายซื้อคอลออปชั่นรุ่นนี้ถึง 10.7 จุดนั่นเอง
ดังนั้น ราคาออปชั่นที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดจึงประกอบไปด้วยมูลค่าของ 2 ส่วน ส่วนแรก เรียกว่า Intrinsic Value ซึ่งก็คือ มูลค่าตามราคาตลาดหากสามารถใช้สิทธิได้ทันที ณ ปัจจุบัน อันนี้ก็ค่อนข้างตรงไปตรงมา คือหากเป็นคอลออปชั่นก็จะเท่ากับราคาสินค้าอ้างอิง ลบด้วยราคาใช้สิทธิซื้อ แต่หากเป็นพุทออปชั่นก็จะเท่ากับราคาใช้สิทธิขาย ลบราคาสินค้าอ้างอิง แต่เนื่องจากถ้าส่วนต่างดังกล่าวมีค่าเป็นลบผู้ถือออปชั่นก็ไม่ควรใช้สิทธิ ทำให้ Intrinsic Value จะมีค่าเป็นบวกหรือศูนย์เท่านั้น
ส่วนที่สองที่เป็นองค์ประกอบของค่าพรีเมียมคือ Time Value ซึ่งเป็นมูลค่าของออปชั่นที่สะท้อนโอกาสที่สินค้าอ้างอิงจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต แล้วสามารถสร้างกำไรจากการใช้สิทธิได้มากน้อยเท่าไร โดยมูลค่าในส่วนนี้จะขึ้นกับอายุของออปชั่นตัวนั้นๆ เช่น ออปชั่นที่มีอายุ 1 เดือน ย่อมมี Time Value ที่น้อยกว่าออปชั่นที่มีอายุ 6 เดือน
ดังนั้น จากตัวอย่างคอลออปชั่น S50H14C900 ที่มีราคา 10.7 จุด จะพบว่า Intrinsic Value ของออปชั่น series นี้มีค่าเท่ากับศูนย์ เนื่องจากราคาใช้สิทธิซื้อสูงกว่าดัชนีอ้างอิง จึงถือว่าไม่เกิดการใช้สิทธิขึ้นหากครบอายุในปัจจุบัน แต่เนื่องจากออปชั่นดังกล่าวยังมีอายุอีก 2 เดือน ทำให้ผู้ลงทุนคาดการณ์ว่าในช่วงเดือน มี.ค. มีโอกาสที่ดัชนี SET50 จะปรับขึ้นไปสูงกว่า 900 จุด ซึ่งเป็นราคาใช้สิทธิซื้อ โดยให้มูลค่าของเวลาที่ยังเหลืออยู่ของออปชั่นดังกล่าวถึง 10.7 จุดนั่นเอง
การพิจารณาราคาของออปชั่นที่ต้องดูทั้งระดับราคาสินค้า ณ ปัจจุบัน และโอกาสที่ราคาสินค้าอ้างอิงจะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต ทำให้บางครั้งผู้ลงทุนอาจจะสงสัยว่าแล้วจะมีแนวคิดในการที่จะซื้อขายยากตามไปด้วยหรือไม่ ในครั้งต่อๆ ไป คอลัมน์นัดพบ TFEX จะนำเสนอแนวทางง่ายๆ ที่สามารถใช้กับการซื้อขายออปชั่นมาบอกเล่ากันนะครับ







