posttoday
การเมืองฉุดERW

การเมืองฉุดERW

31 มกราคม 2557

ภายหลังบริษัทดิเอราวัณ กรุ๊ป( ERW )จัดประชุมนักวิเคราะห์เมื่อเพื่อ ประเมินกำไรไตรมาส 4ปี2556มีการประเมินตรงกันว่าการเมืองจะฉุดผลงานอย่างหนักในไตรมาสแรกปีนี้

ภายหลังบริษัทดิเอราวัณ กรุ๊ป( ERW )จัดประชุมนักวิเคราะห์เมื่อเพื่อ ประเมินกำไรไตรมาส 4ปี2556มีการประเมินตรงกันว่าการเมืองจะฉุดผลงานอย่างหนักในไตรมาสแรกปีนี้

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ธนชาตมีความเห็นว่าผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองนั้นมากกว่าที่คาด โดยเฉพาะในส่วนของโรงแรม5 ดาวในกรุงเทพฯ

ผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองแย่ลงในเดือนม.ค.2557 ส่งผลให้รายได้โรงแรมในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาของ ERW ลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ERWได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมือง

ทั้งนี้ ERW มีสัดส่วนรายได้ 2557จากกรุงเทพฯถึง 60% จึงคาดว่าผลกำไรไตรมาส 1 จะอ่อนแอเช่นกัน

บล.ธนชาตประเมินกำไรไตรมาส 4 ของ ERW ที่ 140ล้านบาทอย่างไรก็ตามผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองที่รุนแรงกว่าคาดทำให้กำไร ไตรมาส4ที่จะประกาศสิ้นเดือนก.พ. มีแนวโน้มที่จะต่ำถึง 95 ล้านบาท การปรับปรุงซ่อมแซมห้องพักครั้งใหญ่ของ Grand Hyatt Erawan เสร็จสิ้นลงในเดือน ธ.ค.2556 ส่งผลให้ERW มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแต่รายได้จากห้องพักและอาหารกับเครื่องดื่มลดลงท่ามกลางผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมือง แม้ว่าโรงแรมในจังหวัดอื่นๆจะมีผลการดำเนินงานที่ดีแต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบต่อโรงแรมในกรุงเทพฯ

ผู้บริหารคาดว่ารายได้โรงแรมจะลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ระหว่างวันที่ 1-21 ม.ค.14 โดยอัตราการเข้าพักลดลงเป็น 69% จาก 80% ในช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา จากประมาณการของบล.ธนชาตที่อัตราการเข้าพัก 69% และมีการปรับขึ้นอัตราค่าห้องพัก 3% เราเห็นผลกระทบต่อประมาณการเติบโตของอัตราค่าห้องพัก จากการแข่งขันสูงในส่วนของโปรโมชั่นอัตราห้องพัก ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากความวุ่นวายทางการเมืองจบลง

การเปิดโรงแรมใหม่ 12 โรงแรมของ ERW เป็นไปตามแผนโดยจะเปิดให้บริการในปี2557โรงแรม 12 โรงแรมได้แก่ HOP Inns (โรงแรมชั้นประหยัด) 10 โรงแรม มีแผนการเปิดระหว่างไตรมาส 2ไตรมาส4ปีนี้และ Holiday Inn (extension) Pattaya, MercurePattaya และ Ibis Krabi ที่จะเปิดในไตรมาส 4และคงชอบกลยุทธ์การเจาะตลาดกลุ่มโรงแรมที่ไม่ใช่ระดับ 5 ดาวที่มีการเติบโตสูง

ด้านนักวิเคราะห์บล.เอเชีย พลัสคาดงวด ไตรมาส4ปี2556 ERW มีกำไรสุทธิ 85.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.6% จาก 59 ล้านบาทในงวดไตรมาส 4ปี2555 โดยแม้ธุรกิจโรงแรมเจอแรงกดดันจากการชุมนุมทางการเมืองในประเทศ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยหลักเห็นชัดเมื่อช่วงเดือน ธ.ค. ปีที่ผ่านมา ขณะที่เดือน ต.ค. และ พ.ย. 2556 ธุรกิจโรงแรมยังมีทิศทางที่ดี ทำให้ภาพรวมธุรกิจโรงแรมของERW งวด ไตรมาส4 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทรงตัว 78% และรายได้เฉลี่ยต่องห้องพัก (RevPar) เพิ่มขึ้น 2.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ยังมีการสร้างรายได้เพิ่มของ

โรงแรมใหม่ 2 แห่ง (Mercure และ IBIS Siam) ที่เปิดบริการเต็มเมื่องวด ไตรมาส1ปี2556 คาดส่งผลให้รายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เท่ากับ 1,208 ล้านบาท เมื่อบวกกับรายได้ธุรกิจให้เช่าอาคาร 54.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ภาพรวมประเมินรายได้จากการดำเนินงาน 1,263 ล้านบาท เติบโต 5.4% yoy และอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา( EBIT…DA Margin )คาดเพิ่มเป็น 29.5% จาก 29% ในงวดไตรมาส 4ปี2555

รวมถึงรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกองทุน ERWPF อีก 5.3 ล้านบาท มาช่วยหนุนกำไรดังข้างต้น

การเริ่มต้นปี 2557 ด้วยการปิดพื้นที่กรุงเทพ และ การประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินของรัฐบาล กดดันต่อธุรกิจโรงแรมอย่างหนัก โดยเฉพาะโรงแรมในกรุงเทพล่าสุดช่วง 1-21 ม.ค. ที่ผ่านมา มีอัตราการเข้าพักลดลงเหลือ 57% เทียบกับ75% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน (นำโดยโรงแรม Grand Hyatt อัตราการเข้าพักเหลือ 45%, JW Marriott 56%, Mercure&IBIS Siam 50% ส่วนโรงแรมนอกเขตชุมนุมอย่าง IBIS นานา และ Riverside ยืนเฉลี่ย 70% และ 90% ตามลำดับ)

ทั้งนี้แม้โรงแรมนอกกรุงเทพ (Non BKK) ยังมีแนวโน้มที่ดี โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทรงตัว 85% แต่ด้วยสัดส่วนรายได้จากโรงแรมในกรุงเทพที่มีสัดส่วนสูงกว่า 60% ของรายได้รวม ทำให้ภาพรวมของ

ธุรกิจโรงแรมรวมช่วง 20 วันที่ผ่านมา มีอัตราการเฉลี่ยรวมลดลงอยู่ที่ 69% เทียบกับ 80%ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักลดลง 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เชื่อว่าภายใต้การชุมนุมที่ยังยืดเยื้อ คาดจะกดดันงวดไตรมาส 1ปี2557 มีกำไรหดตัวลงจากงวดไตรมาส 1ปี2556 ที่มีกำไรสูง 148 ล้านบาท

ปัจจัยลบทางการเมือง ทำให้ บรรยากาศ การลงทุนหุ้นในช่วงไตรมาส 1ปี2557ซึ่งถือเป็นช่วงสำคัญสุดของธุรกิจโรงแรมหมดความน่าสนใจลง ขณะที่การดำเนินงานช่วงไตรมาส 2ไตรมาส3ปี2557 ซึ่งเป็นช่วง Low Season มีความเสี่ยงที่มีโอกาสขาดทุนอยู่ ประกอบกับมูลค่าพื้นฐานปี 2557(อิง DCFWACC8.8%) เท่ากับ 3.60 บาท มี โอกาสปรับตัวขึ้น 12% จึงคงแนะนำเพียงถือ ทั้งนี้ในประมาณการยังไม่ได้รวมโรงแรมใหม่ และ แผนการขายโรงแรม 1แห่ง ซึ่งคาดจะเกิดขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ