posttoday
การเมืองเบรกมู้ดอยากสวยยอดศัลยกรรมหดหาย

การเมืองเบรกมู้ดอยากสวยยอดศัลยกรรมหดหาย

31 มกราคม 2557

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ความสวยความงามเป็นเรื่องที่คนยุคใหม่ใส่ใจ แต่ในสถานการณ์การเมืองวุ่นวาย มีการชุมนุมปิดถนนเส้นทางต่างๆ ในกรุงเทพฯ และยังไม่มีทีท่าว่าการชุมนุมจะลงเอยด้วยดี เมื่อรัฐบาลก็ยังประกาศเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ต่อไป ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลกระทบต่อธุรกิจการเสริมความงามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556 ที่เริ่มมีปัญหาการชุมนุมทางการเมือง ส่งผลให้ยอดผู้ใช้บริการทางการแพทย์ด้านศัลยกรรมเสริมความงามลดลงต่อเนื่อง โดยเดือน พ.ย.ธ.ค. รายได้ด้านศัลยกรรมเสริมความงามลดลง 10-20% และลดลงถึง 30% ในเดือนนี้ซึ่งมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นผลจากคนไทยให้ความสนใจกับเรื่องการเมืองมาก จนไม่มีความสนใจจะมาดูแลเรื่องความสวยความงามชั่วคราว เพราะมองว่าความสวยงามเป็นสิ่งที่รอได้ แต่ปัญหาการเมืองที่มีอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องสำคัญกว่า

ขณะที่ชาวต่างชาติที่เคยมาใช้บริการศัลยกรรมเสริมความงามก็หายไปถึง 90% เป็นผลจากที่สถานทูตประเทศต่างๆ ประกาศเตือนการเดินทางมาไทย ทำให้กลุ่มนี้ยกเลิกมาใช้บริการเสริมความงามในไทยและเปลี่ยนไปที่ประเทศเกาหลีหรือสิงคโปร์แทน เนื่องจากได้วางแผนใช้วันหยุดยาวไว้แล้ว

“ปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจและการเมืองมีผลต่อการตัดสินใจทำศัลยกรรมเสริมความงาม ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีคนก็ไม่สนใจทำศัลยกรรมเสริมความงาม เพราะเป็นเรื่องที่รอได้ ต้องการเก็บเงินไว้ใช้จ่ายผ่อนบ้าน ผ่อนรถ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นก่อน เมื่อเศรษฐกิจดีแล้วค่อยมาทำ การเมืองก็เช่นกัน พอมีเรื่องนี้ยอดทำศัลยกรรมก็ตกลงทันที เพราะคนอยากไปกู้ชาติ ไปดูคนกู้ชาติ หรือไปต่อต้านคนกู้ชาติ เรื่องความสวยความงามก็ขอหยุดไว้ก่อน” สุพจน์ กล่าว

เมื่อเทียบกับช่วงที่เคยเกิดเหตุม็อบเสื้อเหลืองและเสื้อแดง พบว่า ยอดศัลยกรรมความงามก็ตกลงไปเช่นกัน กว่าจะกลับคืนมาเป็นปกติคือ 3 เดือนหลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างจบ ครั้งนี้ก็คาดว่าจะใช้เวลาเท่ากัน โดยนอกจากโรงพยาบาลยันฮีแล้ว คาดว่าคลินิกศัลยกรรม คลินิกความงามในกรุงเทพฯ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ดังนั้น ในช่วงนี้โรงพยาบาลยันฮีจึงพลิกวิกฤตจากการที่คนมาใช้บริการลดลง ด้วยการหันมาเน้นเรื่องการปรับปรุงการบริหารจัดการภายใน และปรับปรุงโรงพยาบาลแทน เพราะมองว่าในช่วงที่มีผู้ใช้บริการมาก ทางโรงพยาบาลก็ไม่สามารถจะปรับปรุงได้ เมื่อมีโอกาสก็ต้องเร่งทำ ส่วนการทำตลาดกระตุ้นให้คนมาใช้บริการนั้น หากทำไปในช่วงนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะคนไม่สนใจเรื่องอื่นเลยนอกจากการเมือง

นอกจากนี้ ยังต้องทบทวนเป้าหมายรายได้โรงพยาบาลปีนี้ใหม่ โดยมุ่งรักษารายได้ให้เท่ากับปีก่อนที่ได้ 2,000 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าว่าจะเติบโต 10% หรือเพิ่มเป็น 2,200 ล้านบาท

กำธร ศิริพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการแพทย์ บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป กล่าวว่า ภาพรวมรายได้ของคลินิกเดือนนี้ ลดลงไปประมาณ 10% โดยรายได้ที่ลดลงมาจากสาขาในกรุงเทพฯ ที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุมเป็นหลัก เพราะลูกค้าไปใช้บริการไม่สะดวก ส่วนสาขาอื่นที่อยู่ห่างพื้นที่ชุมนุมรวมไปถึงสาขาต่างจังหวัด และต่างประเทศ ยังมียอดใช้บริการเป็นปกติ ทำให้ภาพรวมกระทบไม่มาก

ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งที่การใช้บริการยังดี เพราะลูกค้าหลักของวุฒิศักดิ์คือคนในประเทศ คนในพื้นที่ใกล้เคียงคลินิกเป็นหลัก อีกทั้งค่าบริการไม่ได้แพงมาก ทำให้ลูกค้ายังมีกำลังจ่ายไหวอยู่ และคนที่มีความต้องการอยากสวยงาม ก็ยังสู้ไม่ถอยเดินหน้าใช้บริการ เนื่องจากมองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นในชีวิต

ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ ในฐานะผู้ก่อตั้ง เดอะ ดิมิส คลินิค กล่าวว่า แม้คลินิคจะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการปิดกรุงเทพฯ คือ สยาม แต่กลับไม่ได้รับผลกระทบมากเหมือนกับคลินิกอื่นๆ โดยผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 20% ขณะที่สาขาย่านรามคำแหงก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ผู้ใช้บริการเพิ่ม 10% สำหรับผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นเป็นกลุ่มที่ต้องการมาใช้บริการด้านการรักษาปัญหาผิวหนัง เช่น สิว ฝ้า เพราะกลุ่มนี้มองว่า ต้องการการรักษาที่ต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่ากลุ่มที่ต้องการมาคลินิกเพื่อดูแลความสวยความงามลดลงบ้าง

ขณะเดียวกันยังเป็นผลจากทางคลินิกได้ปรับกลยุทธ์ ด้วยการเปิดให้มีระบบการจองใช้บริการ ที่ระบุเวลาได้แน่นอน ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากขึ้น สามารถวางแผนการเดินทางมาได้ตรงตามเวลาและไม่เสียเวลารอนาน รวมทั้งทางคลินิกก็ยืดระยะเวลาการให้บริการบางวันนานขึ้น จากเดิมที่ปิดบริการ 20.00 น. ก็ยืดระยะเวลาเป็น 21.00-22.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ใช้บริการด้วยอีกทาง

ความงามเป็นสิ่งที่คนยุคนี้โหยหาก็จริง แต่เมื่อความงามเป็นเรื่องที่รอได้ ส่วนการเมืองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบันให้ต้องลุ้นระทึกกันวันต่อวัน ก็คงไม่แปลกหากคนจะชะลอการเสริมความงามลงไปบ้าง แต่เชื่อว่าเมื่อเริ่มชินชากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว คนก็จะกลับมาใส่ใจความงามเอง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ