
พลิกวิกฤตธุรกิจหนังสือดิ้นสู้ดิจิตอล-บุกต่างแดน
ธุรกิจหนังสือไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานี้ ต้องเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมของคนไทยที่อ่านหนังสือน้อยลง โดยตัวเลขล่าสุดปี 2556 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า การอ่านหนังสือของคนไทยลดลงจาก 8 บรรทัดต่อปี เหลือเพียง 4 บรรทัดต่อปี อีกทั้งอีบุ๊กยังเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่ง ภาวะเศรษฐกิจชะลอมีผลต่อการซื้อ จึงต้องจับตาการปรับตัว เพื่อทางรอดและการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดหนังสือไทยในปีนี้
ธุรกิจหนังสือไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานี้ ต้องเผชิญความท้าทายจากพฤติกรรมของคนไทยที่อ่านหนังสือน้อยลง โดยตัวเลขล่าสุดปี 2556 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า การอ่านหนังสือของคนไทยลดลงจาก 8 บรรทัดต่อปี เหลือเพียง 4 บรรทัดต่อปี อีกทั้งอีบุ๊กยังเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่ง ภาวะเศรษฐกิจชะลอมีผลต่อการซื้อ จึงต้องจับตาการปรับตัว เพื่อทางรอดและการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดหนังสือไทยในปีนี้
จรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหนังสือไทยในปีนี้หากมีอัตราการเติบโตได้ถึง 10% หรือมีมูลค่า 2.86 หมื่นล้านบาท ก็ถือว่าเก่งมาก เนื่องจากปีนี้มีปัจจัยลบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง รวมไปถึงการที่คนซื้อหนังสือในปริมาณน้อยลง
นอกจากนี้ หนังสือยังถูกสื่ออื่นๆ ช่วงชิงเวลาไป โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย ทำให้ความสนใจการอ่านหนังสือของคนไทยลดลง ซึ่งไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหนังสือปีที่ผ่านมามีอัตราเติบโตเพียง 10% หรือมีมูลค่า 2.5-2.6 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
วิธีการรับมือเพื่อสร้างตลาดหนังสือไทยให้เติบโตแบบยั่งยืนนั้น สำนักพิมพ์ต่างๆ ต้องสร้างโอกาสการขายหนังสือเพิ่มขึ้น ได้แก่ การขายลิขสิทธิ์หนังสือในต่างประเทศ แม้ว่าจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของหนังสือไทยก็ตาม แต่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ หลังจากทางสมาคมเข้าร่วมโรดโชว์งานหนังสือระดับนานาชาติของแต่ละประเทศ อาทิ ไทเป ไต้หวัน จีน เยอรมนี ในปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเกิน 100% และในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานี้ สำนักพิมพ์ให้บริษัทเข้ามาดูแลเรื่องขายลิขสิทธิ์ 6070 เล่ม โดยในตลาดต่างประเทศที่นิยมซื้อลิขสิทธิ์หนังสือไทยในขณะนี้ ได้แก่ ประเทศจีน ไต้หวัน มาเลเซีย และเวียดนาม ส่วนหนังสือที่ได้รับความนิยมมีลักษณะเป็นสากล อาทิ หนังสือภาพสำหรับเด็ก หนังสือแนวให้กำลังใจที่มีคำคมพร้อมภาพประกอบ รวมทั้งหนังสือภาพเอาหลายๆ ตอนมารวมกัน
ความท้าทายของธุรกิจหนังสือที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคดิจิตอล คือ พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ไม่นิยมอ่านหนังสือ แต่กลับอ่านข้อมูลต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้หนังสือเข้าถึงวัยรุ่นได้ ผู้ประกอบการจะสร้างแอพพลิเคชั่นหนังสือ หรือทำอีบุ๊กให้เป็นช่องทางขายอีกทางหนึ่ง แม้ว่าแนวโน้มตลาดอีบุ๊กจะมีขนาดเล็กเพียง 520 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.2% ก็ตาม นอกจากนี้สำนักพิมพ์อาจจะทำการตลาด แนะนำหนังสือบนเฟซบุ๊กเพิ่มเติม
ขณะที่แนวโน้มตลาดอีบุ๊กในอเมริกา พบว่าการเติบโตลดลงจากในยุคแรกที่เติบโตถึง 100% เพราะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคนอ่านและขาดเสน่ห์ จึงมั่นใจว่าอีบุ๊กจะไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจหนังสือในเมืองไทย
ในส่วนการทำตลาดของสำนักพิมพ์ ต้องดูพฤติกรรมการอ่านหนังสือประเภทใดที่ได้รับความนิยม ซึ่งปีนี้หนังสือติดอันดับ 1 ใน 5 ได้แก่ หนังสือการศึกษาความรู้เพื่อดำเนินกิจการ โดยเฉพาะหนังสือหุ้น ความรู้เกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หนังสือการ์ตูน หนังสือพัฒนาจิตใจ ธรรมะ และนิยาย
“การดำเนินธุรกิจหนังสือปีนี้ต้องระมัดระวังให้มากขึ้น เพื่อให้เจ็บตัวน้อยที่สุด ทั้งจากเศรษฐกิจชะลอตัวและต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น 35% ดังนั้นการออกหนังสือใหม่จะมีปริมาณน้อยลง รวมไปถึงจำนวนการพิมพ์ต่อครั้งจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ มีผู้ประกอบการจากอิตาลี อินเดีย ญี่ปุ่น ยกเลิกการเข้าร่วมงาน” จรัญ กล่าว
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะปลุกตลาดหนังสือไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน คือ รัฐบาลและเอกชนต้องร่วมมือกันปลุกจิตสำนึกรักการอ่านหนังสือให้กับเยาวชนไทย มุ่งสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้เกิดขึ้น ซึ่งภาครัฐควรจะให้ความสำคัญเป็นนโยบายระดับประเทศ หลังจากปี 2552 รัฐบาลให้งบไทยเข้มแข็งส่งเสริมการอ่าน ส่งผลให้ธุรกิจหนังสือเติบโตมากสุดในรอบหลายปี
ไม่เพียงเท่านั้น สำนักพิมพ์ต้องเผชิญกับช่องทางจำหน่ายหนังสือที่เปลี่ยนแปลงไป เชนร้านหนังสือเพิ่มจาก 200 สาขา เป็น 700 สาขา ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการนำหนังสือเข้าไปจำหน่าย ส่วนร้านหนังสือดั้งเดิมปริมาณลดลงจาก 600 แห่ง เหลือไม่ถึง 100 แห่ง โดยมีสำนักพิมพ์ซีเอ็ดและอมรินทร์ที่มีช่องทางจำหน่ายของตัวเอง และมีส่วนแบ่ง 80-90%
นับว่าเป็นวิกฤตของตลาดหนังสือไทยที่ต้องเจอมรสุมรุมเร้า ต้องจับตาสำนักพิมพ์ที่มีกว่า 500 ราย และส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีถึง 95% ที่เหลือ 5% เป็นสำนักพิมพ์ใหญ่ จะปรับตัวเพื่อความอยู่รอดหรือไม่ ขณะที่กระแสการป่วนเมืองจะยิ่งทำลายอารมณ์การซื้อหนังสือของคนไทยไปอีก แต่โจทย์ใหญ่ที่แก้ไม่ตกคงหนีไม่พ้นการปลุกนิสัยรักการอ่านของคนไทยนั่นเอง







