
บีโอไอเดินสายกระตุ้นเอสเอ็มอีลงทุน
บีโอไอกระตุ้นเอสเอ็มอีเร่งลงทุน รุกจัดสัมมนาแจงนโยบายส่งเสริมทั่วประเทศเน้นจูงใจให้รายย่อยรับสิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี
บีโอไอกระตุ้นเอสเอ็มอีเร่งลงทุน รุกจัดสัมมนาแจงนโยบายส่งเสริมทั่วประเทศเน้นจูงใจให้รายย่อยรับสิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้บีโอไออยู่ระหว่างเดินสายจัดงานสัมมนาชี้แจงนโยบายส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการในต่างจังหวัดยังรับรู้นโยบายของบีโอไอค่อนข้างน้อย โดยจะเน้นจัดสัมมนาในหัวเมืองใหญ่ของแต่ละภูมิภาค
ทั้งนี้ บีโอไอได้ออกนโยบายส่งเสริมฯเอสเอ็มอีเมื่อเดือน ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา เพื่อมาทดแทนนโยบายที่สิ้นสุดไปเมื่อสิ้นปี 2554 ซึ่งการให้การส่งเสริมฯ รอบนั้น ได้มีเอสเอ็มอีหลายอุตสาหกรรมเข้ามาขอรับส่งเสริมฯ แต่หลักๆ จะอยู่ในกลุ่มเกษตร แปรรูปสินค้าเกษตร ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนนโยบายรอบนี้ที่เปิดให้ยื่นขอรับส่งเสริมฯ ก่อนสิ้นปี 2557 ก็คาดว่ากลุ่มที่จะลงทุนยังเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเดิม
นายเจษฎา ศรศึก ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการลงทุน บีโอไอ กล่าวว่า วันที่ 20 มี.ค. 2557 บีโอไอจะจัดสัมมนาเผยแพร่มาตรการและวิธีปฏิบัติในการใช้สิทธิประโยชน์ตามมาตรการใหม่ที่ออกมาเมื่อเดือน ต.ค. 2556 โดยรอบนี้เป็นการจัดรอบของกรุงเทพฯ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อบีโอไอ 025538221 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภายในวันที่ 21 ก.พ. 2557
“ในงานจะอธิบายถึงการใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน เช่น สิทธิประโยชน์ด้านเครื่องจักร สิทธิประโยชน์ด้านวัตถุดิบ และสิทธิประโยชน์ด้านภาษี” นายเจษฎา กล่าว
สำหรับการให้ส่งเสริมฯ เอสเอ็มอีรอบนี้ จะให้การส่งเสริมครอบคลุมกิจการ 39 ประเภท กระจายอยู่ใน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มกิจการที่เพิ่มมูลค่าแก่สินค้า ภาคเกษตรกรรม กลุ่มกิจการที่ใช้ทักษะการผลิตและเป็นอุตสาหกรรมสนับสนุนที่สำคัญ กลุ่มกิจการเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มกิจการบริการและสนับสนุนการท่องเที่ยว
ขณะที่สิทธิประโยชน์ที่ให้ คือ ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรไม่ว่าตั้งอยู่ในเขตใด ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ไม่ว่าตั้งอยู่ในเขตใด เป็นสัดส่วน 100% ของเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนนายเจษฎา กล่าวว่า สำหรับนโยบายการส่งเสริมฯ ที่สิ้นสุดปี 2554 ที่ครอบคลุมการส่งเสริม 57 ประเภท จากที่ปี 2553 ที่ส่งเสริมอยู่ 10 กิจการ ปรากฎว่ามีทั้งจำนวนและเงินลงทุนเพิ่มขึ้น จาก 252 โครงการ ในปี 2553 มาเป็น 432 โครงการในปี 2554 ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 7,140 ล้านบาท มาเป็น 19,447 ล้านบาท







