
ลุ้นส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ปีนี้ขยายตัว8%
แนะธุรกิจสินค้าไลฟ์สไตล์ปรับตัว เพิ่มขายออนไลน์ พร้อมเจาะชายแดน ลุ้นส่งออกสินค้าปีนี้โต 8%
แนะธุรกิจสินค้าไลฟ์สไตล์ปรับตัว เพิ่มขายออนไลน์ พร้อมเจาะชายแดน ลุ้นส่งออกสินค้าปีนี้โต 8%
นายจิรบูรณ์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย กล่าวในฐานะประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมของขวัญอาเซียนว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์ปี 2556 ขยายตัว 4% เป็น 9 หมื่นล้านบาท แต่ยอดขายในประเทศลดลง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคหายไปตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ยอดขายช่วงปลายปี ซึ่งปกติจะสูงก็ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องปรับตัว เช่น หาตลาดในต่างจังหวัดมาทดแทน การขายสินค้าออนไลน์ รวมทั้งขยายตลาดสินค้าชายแดนที่มีกำลังซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ตลาดส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ยังได้รับปัจจัยบวกจากตลาดหลัก เช่น สหรัฐ ออสเตรเลีย และอาเซียน ซึ่งมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเงินบาทอ่อนค่า ทำให้สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ปีนี้จะเป็นดาวรุ่งในกลุ่มสินค้าส่งออกซึ่งสมาพันธ์คาดว่าปีนี้มูลค่าส่งออกจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 58%
“ผู้ประกอบการควรต้องปรับตัว โดยมองหาช่องทางอื่นๆ ทดแทนตลาดเดิม นอกจากนี้ควรเพิ่มนวัตกรรมเข้าไปในสินค้านั้นๆ ซึ่งสินค้าที่กำลังได้รับความนิยมสูงในตลาดต่างประเทศมากคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและสินค้ากลุ่มออร์แกนิก” นายจิรบูรณ์ กล่าว
สำหรับพฤติกรรมการบริโภคสินค้าของขวัญของผู้บริโภคในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และเวียดนาม พบว่าคนเริ่มมีแนวโน้มซื้อของขวัญมากขึ้น จึงน่าจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปทำตลาด
ปัจจุบันตลาดสินค้าของขวัญและสินค้าส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่นแนล โปรดักต์) ในอาเซียน มีมูลค่าตลาดรวม 4 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 แสนล้านบาท ภายในปี 2563
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุมูลค่าสินค้าของขวัญส่งออกของไทยได้อย่างชัดเจน เนื่องจากผู้ประกอบการไม่เปิดเผยข้อมูล อีกทั้งเลขพิกัดอัตราศุลกากรสากลยังไม่มีการระบุตัวเลขสำหรับสินค้าของขวัญ ทำให้เมื่อมีการส่งออกจะถูกนับรวมกับสินค้าประเภทอื่น แต่ในอนาคตอาจผลักดันให้แยกเลขพิกัดอัตราศุลกากรสากล







