posttoday
เตือนธุรกิจเร่งปรับแผนรับมือประเทศไร้รัฐบาล

เตือนธุรกิจเร่งปรับแผนรับมือประเทศไร้รัฐบาล

30 มกราคม 2557

วราภรณ์ เทียนเงิน

วราภรณ์ เทียนเงิน

เหลืออีกไม่กี่วัน ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ ทุกคนกำลังจับตามองว่า การเลือกตั้งจะสามารถดำเนินการได้สำเร็จหรือไม่ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะสามารถกลับมาบริหารประเทศได้อีกครั้งหรือไม่ ขณะที่กลุ่ม กปปส.จะทำให้ประเทศไทยเข้าสู่การปฏิรูปตามความตั้งใจหรือไม่ ท้ายที่สุดประเทศไทยจะไปทางไหน

คำถามนี้ ดังขึ้นในใจของคนไทยกว่า 60 ล้านคน รวมถึงนักธุรกิจก็เช่นเดียวกัน พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานหอการค้าไทย มองว่า ภาคธุรกิจตั้งแต่ขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ต้องเตรียมตัว เพื่อรับประเทศไทยที่อาจจะไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศนานหลายเดือน เพราะการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.นี้ มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาและทำให้รัฐบาลไม่สามารถจัดตั้งเพื่อบริหารประเทศได้

ดังนั้นในสถานการณ์ที่ประเทศไทยอาจจะไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศนานหลายเดือนนั้น ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว สิ่งสำคัญ คือ ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวเพื่อทำแผนรองรับด้วยการหาโอกาสการขายใหม่ในตลาดใหม่ หรือในตลาดต่างประเทศ เนื่องจากตลาดในประเทศกำลังเกิดปัญหายอดขายสินค้าลดลงทุกกลุ่มธุรกิจ จากความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของประชาชนที่หดตัวลง เพราะมีความกังวลจากปัญหาการเมือง

รวมถึงภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศที่มีจำนวน 3 ล้านราย ก็ต้องรับผลกระทบเช่นกัน ดังนั้น แนวทางที่ควรทำอย่างเร่งด่วน คือ หาทางลดต้นทุนธุรกิจ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และผลิตสินค้าให้เหมาะสมกับยอดขาย ไม่ควรผลิตสินค้าในจำนวนที่มากเกินไป เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายภายในองค์กร

พรศิลป์ ได้เสนอแนวทางต่อไปที่ควรทำ คือ 1.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรมีโครงการกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอีในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถกู้ยืมเงินที่มีต้นทุนถูกลง และไม่เกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง โดยที่ผ่านมา ธปท.ได้เคยทำกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอีดอกเบี้ยต่ำ แต่หยุดโครงการไปแล้ว

2.หน่วยงานที่ทำหน้าที่พัฒนาศักยภาพทางธุรกิจของเอสเอ็มอี คือ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ควรได้รับงบประมาณสนับสนุนเอสเอ็มอีมากขึ้น เพราะเอสเอ็มอีในประเทศมีจำนวนสูงถึง 3 ล้านราย แต่พบว่า งบประมาณที่ สสว.ได้รับในแต่ละปียังอยู่ในระดับต่ำ จึงอาจจะทำให้เอสเอ็มอีได้รับการช่วยเหลืออย่างไม่ทั่วถึง

3.การมีโครงการที่ทำให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตระหว่างบริษัทใหญ่กับบริษัทขนาดเล็ก เพื่อทำให้การผลิตสินค้าแต่ละประเภทมีประสิทธิภาพ นโยบายลดภาษีนำเข้าเครื่องจักร หรือไม่ต้องเก็บภาษี เพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุน เป็นการเชื่อมโยงการผลิตกับเอสเอ็มอี ซึ่งต้องให้บีโอไอเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้

ขณะที่อีกหนึ่งเสียงจาก เพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สสวท.) กล่าวว่า ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วประเทศอยากให้สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศสงบลงเร็วที่สุด เพื่อให้ประเทศกลับมาเดินหน้า และภาครัฐจะวางนโยบายเพื่อส่งเสริมเอสเอ็มอีได้ต่อไป

เนื่องจากในขณะนี้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมเอสเอ็มอีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ทั้ง สสว. กรมต่างๆ ของกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง

ทั้งนี้ สมาคมไม่มีข้อเสนออะไรไปยังภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ เพราะรู้ดีว่าภาครัฐยังไม่สามารถบริหารประเทศได้ ดังนั้น ในภาวะที่ทุกอย่างของประเทศยังไม่สามารถเดินหน้าได้ ผู้ประกอบการรายย่อยจึงต้องมุ่งประคองธุรกิจให้อยู่รอดต่อไป และชะลอลงทุนเพื่อประเมินสถานการณ์ต่างๆ จนกว่าประเทศจะมีทางออกที่ชัดเจน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี