
รายได้จากการประมูลทีวีดิจิตอล
การจัดประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดเล็กในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 2627 ธ.ค. 2556 นั้น ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในไทย เป็นการประมูลโทรทัศน์ดิจิตอลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติจำนวน 24 ช่อง จากทั้งหมด 48 ช่อง มีรายได้จากการประมูลรวม 50,862 ล้านบาท
การจัดประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดเล็กในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 2627 ธ.ค. 2556 นั้น ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในไทย เป็นการประมูลโทรทัศน์ดิจิตอลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติจำนวน 24 ช่อง จากทั้งหมด 48 ช่อง มีรายได้จากการประมูลรวม 50,862 ล้านบาท
เงินรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่โทรทัศน์ดิจิตอลดังกล่าว ถือว่าสูงกว่าการประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz เพื่อให้บริการโทรศัพท์ระบบ 3G เมื่อเดือน ต.ค. 2555 ที่มีรายได้ประมาณ 41,625 ล้านบาท แต่ดูเหมือนสังคมจะไม่ได้รับรู้รับทราบอย่างเป็นทางการว่า เงินรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่โทรทัศน์ดิจิตอลที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการ กสทช. จะต้องดำเนินการอย่างไร หรือมีแผนที่จะใช้เงินดังกล่าวอย่างไร
หลายท่านที่ติดตามการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ดิจิตอลอาจเข้าใจว่าคณะกรรมการ กสทช. ต้องนำส่งเงินรายได้เข้าสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง เหมือนกับที่เคยดำเนินการกับเงินรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz แต่หากพิจารณาตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 มาตรา 53 (2) ได้กำหนดชัดเจนว่า เงินที่ได้มาจากการประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 41 วรรคหก ซึ่งได้แก่ เงินรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ รวมถึงการให้บริการทีวีดิจิตอลด้วยนั้น เป็นเงินประเภทหนึ่งของเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ กสทช. จึงต้องนำรายได้จากการประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิตอลต้องนำเงินเข้าสู่กองทุนดังกล่าวนั่นเอง
กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะมีวัตถุประสงค์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ทั้งการให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง การพัฒนาทรัพยากรสื่อสาร บุคลากร ตลอดจนการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุน ซึ่งมีประธาน กสทช. เป็นประธานกรรมการจะเข้ามาทำหน้าที่บริหารกองทุน ตลอดจนเสนอความเห็นที่เกี่ยวกับการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อพัฒนาการดำเนินกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
เงินรายได้จากการประมูลโทรทัศน์ดิจิตอลถือว่าสูงมาก แต่กฎหมายให้นำส่งเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนาฯ ทั้งหมด ทั้งที่เงินกองทุนดังกล่าวประกอบไปด้วยเงินจากหลายส่วน การกันเงินจากรายได้การประมูลทีวีดิจิตอลเพียง 2% หรือประมาณหนึ่งพันล้านบาท ย่อมเพียงพอที่จะนำไปดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุนได้ ส่วนที่เหลืออีกราว 4 หมื่นล้านบาท สามารถนำไปพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ได้อีกมาก ผู้ร่างกฎหมายเองอาจคาดไม่ถึงว่าจะมีรายได้จากการประมูลสูงขนาดนี้ หากทุกฝ่ายเห็นประโยชน์ของเงินดังกล่าวก็อาจทำการทบทวนหรือแก้ไขกฎหมายให้มีการกันเงินรายได้จากการประมูลเข้ากองทุนเพียง 2% ส่วนที่เหลืออาจกำหนดให้ชัดเจนว่าจะนำไปใช้ในด้านใดบ้าง ตลอดจนจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อเข้ามาดูแลการใช้เงินส่วนที่เหลืออย่างโปร่งใส เป็นธรรม ก็จะทำให้ประเทศได้รับประโยชน์จากเงินรายได้การประมูลทีวีดิจิตอลอย่างแท้จริง







