
ปตท.สผ.อู้ฟู่ปี2557
ไร้เพิ่มทุน3ปีฐานะการเงินแกร่งลงทุนสบาย์ปีนี้แหล่งใหม่หนุนยอดขายไม่รวมเฮสส์
ไร้เพิ่มทุน3ปีฐานะการเงินแกร่งลงทุนสบาย์ปีนี้แหล่งใหม่หนุนยอดขายไม่รวมเฮสส์
ปตท.สผ. ลั่นฐานะการเงินแข็งแรงมาก ไม่ต้องเพิ่มทุนอีก 3 ปี ปีนี้กำไรโต ขายเพิ่ม 16% ไม่นับที่ซื้อใหม่
น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) เปิดเผยว่า ขณะนี้ฐานะการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งมาก ส่งผลให้ในระยะ 23 ปีนี้ ยังไม่มีแผนและความจำเป็นต้องเพิ่มทุน แม้ว่าบริษัทจะเหลือเงินจากการเพิ่มทุนในรอบที่ผ่านมาเพียง 381 ล้านบาทก็ตาม หากระยะยาวมีโครงการใหญ่ คุณภาพดีเข้ามาจึงค่อยกลับมาพิจารณา
สำหรับการลงทุนตามแผนงานในปี 2557 บริษัทก็ยังไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินหรือออกหุ้นกู้ชุดใหม่ เนื่องจากปัจจุบันมีเงินสดภายในบริษัทอยู่ประมาณ 78 หมื่นล้านบาท พร้อมรองรับและเพียงพอในการลงทุน รวมถึงยังมีส่วนเพิ่มจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในแต่ละปี และหากจำเป็นต้องกู้เงินก็ยังมีความสามารถในการก่อหนี้เพิ่ม เพราะหลังการเพิ่มทุนบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ลดลงอยู่ที่ 0.34 เท่า ต่ำกว่านโยบายที่วางไว้ไม่เกิน 0.5 เท่า
ด้านผลการดำเนินงานโดยรวมในปี 2557 น.ส.เพ็ญจันทร์ มั่นใจว่าจะยังมีแนวโน้มการเติบจากปี 2556 แต่เป็นอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและขาย เนื่องจาก ประเมินราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยจะอยู่ที่ 97 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยในปี 2556 ประกอบกับในปีนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เพราะเป็นช่วงที่แหล่งใหม่เริ่มขึ้นกำลังผลิต
“ผลการดำเนินงานในปีนี้จะดีขึ้น ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณการผลิตและขายปิโตรเลียมที่จะเติบโตมากกว่า 10% จากปริมาณการผลิตและขายเฉลี่ยของปี 2556 โดยส่วนเพิ่มมาจากกำลังการผลิตของแหล่งใหม่ทั้งมอนทาราที่ผลิตในปีก่อน ซึ่งจะผลิตได้เต็มในปีนี้และแหล่งซอติกาที่จะเริ่มผลิตในเดือน เม.ย. 2557” น.ส.เพ็ญจันทร์ กล่าว
นอกจากนี้ ภายในไตรมาสแรกบริษัทจะสามารถได้ข้อสรุปถึงแนวทางการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงการและลดการขาดทุนของโครงการเคเคดี ออยล์ แซนด์ส (KKD Oil Sands) ซึ่งบริษัทถือหุ้นสัดส่วน 40% เพื่อลดผลการขาดทุน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท สแตทออยล์ แคนาดา ที่ถือหุ้นสัดส่วน 60% ในหลายทางเลือก ได้แก่ การขายหุ้น การบริหารจัดการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของโครงการ และการเพิ่มกำลังการผลิตปิโตรเลียม อีกทั้งในไตรมาสแรกนี้จะสามารถรู้ผลการเปิดประมูลของกลุ่มบริษัท เฮสส์ (Hess) ที่เปิดให้ผู้สนใจเข้ายื่นประมูลซื้อในโครงการแหล่งไพลินที่ถือหุ้นสัดส่วน 15% และแหล่งภูฮ่อมสัดส่วน 35% ซึ่งทั้งสองแหล่งดังกล่าวบริษัทได้ร่วมลงทุนถือหุ้นอยู่แล้ว
แหล่งข่าวจากบริษัท ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายปริมาณการผลิตและขายปิโตรเลียมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3.34 แสนบาร์เรลต่อวัน เติบโตประมาณ 16% จากปีก่อนทำได้ที่เฉลี่ย 2.92 แสนบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ยังไม่รวมกรณีบริษัทชนะการประมูลซื้อหุ้นเพิ่มใน 2 แหล่ง จาก Hess ซึ่งจะมีการผลิตเพิ่มอีก 1.5-1.8 หมื่นบาร์เรลต่อวัน
สำหรับโครงการเคเคดี ออยล์ แซนด์ส ทางเลือกหนึ่งที่กำลังหารือร่วมกับผู้ถือหุ้นใหญ่ คือการเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 หมื่นบาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตที่ประมาณ 1.5 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ เคเคดี ออยล์ แซนด์ส ถือเป็นโครงการคุณภาพดีและมีปริมาณปิโตรเลียมสำรองที่สูง แต่ปัจจุบันสิ่งแวดล้อมในการระบบการขนส่งยังไม่เอื้ออำนวยส่งผลให้ได้ราคาขายปิโตรเลียมยังไม่ดี เนื่องจากยังต้องการวางระบบท่อส่งก๊าซให้เสร็จในปี 25602562
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ส่วนใหญ่แนะนำให้ “ซื้อ” หุ้น PTTEP แม้ว่าในวันที่ 30 ม.ค.นี้ บริษัทจะประกาศกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4 ปี 2556 ออกมาต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาส 3 ก็ตาม เนื่องจากมีการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่งและขยายตัวดีในปี 2557
ด้านราคาหุ้น PTTEP ปิดที่ 157 บาท บวก 0.50 บาท







