posttoday
เจเอสแอลแตก 7 บริษัทผลิตคอนเทนต์โกยทีวีดิจิตอล

เจเอสแอลแตก 7 บริษัทผลิตคอนเทนต์โกยทีวีดิจิตอล

30 มกราคม 2557

ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เนื้อหอมทีเดียว สำหรับบริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย เนื่องจากปัจจุบันผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการทีวีดิจิตอลต่างเข้ารุมจีบ เพื่อขอให้เจ เอส แอล ผลิตเนื้อหาหรือคอนเทนต์ให้ โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่เจ เอส แอล ถนัด ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวีต่างๆ หรือละคร เนื่องจากมีประสบการณ์การทำงานดังกล่าวมากว่า 30 ปี

ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เนื้อหอมทีเดียว สำหรับบริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย เนื่องจากปัจจุบันผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการทีวีดิจิตอลต่างเข้ารุมจีบ เพื่อขอให้เจ เอส แอล ผลิตเนื้อหาหรือคอนเทนต์ให้ โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่เจ เอส แอล ถนัด ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวีต่างๆ หรือละคร เนื่องจากมีประสบการณ์การทำงานดังกล่าวมากว่า 30 ปี

วัชระ แวววุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย กล่าวว่า จากการเปิดของทีวีดิจิตอล ซึ่งจะเริ่มออกอากาศเดือน เม.ย.นี้ ส่งผลให้บริษัทต้องปรับแผนธุรกิจ ด้วยการแตกบริษัทย่อย 7 บริษัท มอบหมายหน้าที่ธุรกิจแตกต่างกันไป เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

ในส่วนของ 7 บริษัทที่แตกออกมาคือ 1.บริษัท มายด์แมทเทอร์ส ทำหน้าที่จัดงานอีเวนต์ และวางกลยุทธ์ตลาด 2.บริษัท เฮ้าส์ออฟการ์ตูน ดูแลลิขสิทธิ์การ์ตูนในประเทศไทย 3.บริษัท ครีเอทีฟ โมจิโต้ บริการสตูดิโอและการออกอากาศ 4.บริษัท เอ ไอ ไทยแลนด์ ดูแลลิขสิทธิ์การ์ตูนไลน์/โดราเอมอน 5.บริษัท ทีวีบูรพา ผลิตรายการโทรทัศน์ 6.บริษัท เฮอร์คิวลิส ครีเอชั่น ผลิตรายการโทรทัศน์และสารคดี 7.บริษัท คอนเทนต์แลป นำเข้ารูปแบบรายการจากต่างประเทศ

หลังจากปรับทัพรับการเปลี่ยนแปลงเรียบร้อย ปัจจุบัน เจ เอส แอล อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล 9 ช่อง ประกอบด้วย วอยซ์ทีวี ไทยรัฐ อมรินทร์ พีพีทีวี ของ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ แกรมมี่ เนชั่น ทรู ช่อง 9 และช่อง 7 ซึ่งแต่ละรายอยู่ระหว่างนำเสนอและวางรูปแบบรายการ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของแต่ละช่องมากที่สุด

แม้ว่าการเจรจาจะมีเพียง 9 บริษัท แต่หลังจากใกล้วันออกอากาศเดือน เม.ย.เป็นต้นไป วัชระ คาดการณ์ว่าน่าจะสรุปการเจรจาผลิตคอนเทนต์ให้กับช่องทีวีดิจิตอลได้กว่า 10 บริษัท หรือ 10 ช่อง จากแนวโน้มดังกล่าว เบื้องต้นคาดจะได้เวลาผลิตรายการทีวีและละครสัปดาห์ละกว่า 2530 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าสูงกว่าผลิตรายการและละครให้กับฟรีทีวีในระบบอะนาล็อกที่มีเวลาผลิตรายการทีวีและละครสัปดาห์ละ 13 ชั่วโมง

จากการประกาศแผนเชิงรุกดังกล่าว เจ เอส แอล คาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้ประเดิมจากการผลิตรายการและละครให้กับช่องทีวีดิจิตอลกว่า 200 ล้านบาท และปีหน้าคาดรายได้ยังขยับสูงขึ้น เพราะอาจมีการเสริมไลน์ธุรกิจ เข้าไปบริหารเวลาร่วมกันกับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล (ไทม์ แชร์ริ่ง) ซึ่งขณะนี้เริ่มมีหลายช่องเข้ามาเจรจา แต่ เจ เอส แอล ขอดูสถานการณ์ในปีแรกก่อน

ขณะที่ธุรกิจกำลังขยายตัวเข้าไปสู่ช่องทางของทีวีดิจิตอล ในส่วนของฟรีทีวีอะนาล็อก เจ เอส แอล ก็ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจเช่นกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับผู้บริหารฟรีทีวีช่องต่างๆ ที่ผลิตรายการและละครให้ ทั้งช่อง 5 ช่อง 7 หรือช่อง 9 เพื่อขอเวลาผลิตรายการทีวีและละครเพิ่มขึ้น ซึ่งเบื้องต้นคาดจะได้เวลาเพิ่มกว่า 1 ชั่วโมง จากปัจจุบันมีเวลาผลิตรายการทีวีและละครอยู่ที่ 13 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

นอกเหนือจากคอนเทนต์รายการทีวีและละครที่เจ เอส แอล ปักธงเป็นหัวหอกหลักสร้างรายได้ในปีนี้แล้ว การผลิตและหาคอนเทนต์ใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เจ เอส แอล จะหยิบมาใช้ เช่นเดียวกับการทำแบรนด์เด็ด คอนเทนต์ หรือการดูแลลูกค้าผ่านแคมเปญทางการตลาด และการจัดกิจกรรมโชว์บิซ

วัชระ กล่าวว่า กลยุทธ์ดังกล่าวจะแบ่งการบริหารจัดการคอนเทนต์ออกเป็น 2 แนวทาง คือ 1.การตั้งบริษัท คอนเทนต์แลป ขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการด้านคอนเทนต์ ซึ่งหากการบริหารคอนเทนต์ภายในประเทศประสบความสำเร็จดี ในอนาคตมีแผนจะขายคอนเทนต์ไปตลาดต่างประเทศ

สำหรับแนวทางที่ 2 คือ การต่อยอดการบริหารศิลปิน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มต้นแล้วจากการต่อยอดเนื้อหาจากรายการ “กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน” ด้วยการนำผู้ชนะการแข่งขันมาพัฒนา เพื่อสร้างเป็นศิลปิน จากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าวสิ้นปีนี้ เจ เอส แอล คาดการณ์ว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีรายได้ 900 ล้านบาท

ด้วยเป้าหมายที่วางไว้ว่านับตั้งแต่ปี 2557 เจ เอส แอล จะต้องมีรายได้เติบโตต่อปีไม่ต่ำกว่า 20% และในปี 2558 มีแผนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ความได้เปรียบต้นทุนการเงิน และความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ดังนั้นระหว่างการเดินทางตามแผนดังกล่าว ทางเจ เอส แอล คงปล่อยกลยุทธ์เด็ดๆ ให้ได้เห็นอีกหลายยก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท