
ตลาดเกิดใหม่ลุยขึ้นดอก-สกัดเงินอ่อนค่า
แบงก์ชาติตลาดเกิดใหม่ ลุยขึ้นดอกเบี้ย หวังสกัดเงินอ่อนค่าทุนไหลออก
แบงก์ชาติตลาดเกิดใหม่ ลุยขึ้นดอกเบี้ย หวังสกัดเงินอ่อนค่าทุนไหลออก
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ที่ประสบปัญหาค่าเงินอ่อนค่าลงไปอย่างสาหัสจากความกังวลเรื่องภาวะทุนไหลออกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มบรรเทาลง หลังบรรดาธนาคารกลางแต่ละชาติ เร่งออกมาตรการฟื้นค่าเงินอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ธนาคารกลางตุรกีประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเกือบเท่าตัวไปอยู่ที่ 12% จากระดับ 7.75% หวังควบคุมอัตราเงินเฟ้อและหนุนค่าเงินลีราให้ฟื้นตัวขึ้น โดยที่ก่อนหน้านี้ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบอีกระลอกเพื่อบรรเทาปัญหาสภาพคล่องตึงตัว ขณะที่ธนาคารกลางอินเดีย (อาร์บีไอ) ได้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.25%
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ช่วยหนุนให้ค่าเงินลีรา ดีดตัวกลับขึ้นมาแข็งค่า 3.6% อยู่ที่ 2.12 ลีราต่อเหรียญสหรัฐหลังอ่อนค่าลงถึง 30% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐที่ 2.33 ลีราต่อเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ ท่ามกลางการอ่อนค่าลงของสกุลเงินในประเทศตลาดเกิดใหม่ โจเซ วิเนลส์ กรรมการแผนกตลาดทุนและตลาดเงินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า ไม่ควรตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ครั้งนี้เป็นผลจากปัจจัยภายในของแต่ละประเทศนั้นๆ เช่น ความสามารถในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งแตกต่างกับเมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว ที่เป็นผลพวงมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศเตรียมชะลอการใช้มาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี 3) ลงที่จุดชนวนให้เกิดภาวะทุนไหลออก
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินรูเบิลของรัสเซีย กลับอ่อนค่าลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ราว 0.3% มาอยู่ที่ 34.8345 รูเบิลต่อเหรียญสหรัฐ แม้ธนาคารกลางรัสเซีย ประกาศอัดฉีดเพื่อพยุงค่าเงินวงเงินมากกว่า 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในรอบกว่า 2 ปี รวมทั้งขยายกรอบความเคลื่อนไหวของค่าเงินเมื่อเทียบกับค่าสกุลเงินหลักเป็นครั้งที่ 11 ในรอบ 1 เดือนก็ตาม







