
สองแควดึงเศรษฐีใหม่พม่า
ปั๊มยอดท่องเที่ยวภาคเหนือตอนล่างชูทำเลยุทธศาสตร์สี่แยกอินโดจีน
ปั๊มยอดท่องเที่ยวภาคเหนือตอนล่างชูทำเลยุทธศาสตร์สี่แยกอินโดจีน
พิษณุโลกชูศักยภาพสี่แยกอินโดจีน ดึงกลุ่มเศรษฐีใหม่พม่าเที่ยวภาคเหนือตอนล่าง
นางนุชจรินทร์ ศรีทองพนาบูลย์ ประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคเอกชนใน จ.พิษณุโลก และพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างกำลังทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวพม่าให้รู้จักและเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่มากขึ้น โดยอาศัยจุดเด่นที่ จ.พิษณุโลก เป็นสี่แยกอินโดจีน และเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) คาดว่าน่าจะยิ่งเอื้อให้นักท่องเที่ยวชาวพม่าเดินทางเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างผ่านทาง จ.พิษณุโลก มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐีใหม่ชาวพม่าที่เริ่มมีฐานะและรายได้ดีขึ้น
“ตอนนี้ตลาดนักท่องเที่ยวชาวพม่ากำลังเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งภาคเอกชนในภาคเหนือตอนล่างกำลังหารือร่วมกัน โดยจะชูแคมเปญเที่ยว 3 ประเทศภายใน 1 วันเป็นจุดขาย จากพม่าสามารถเดินทางเข้าไทยได้ด้วยการผ่านทางด่านแม่สอด จ.ตาก เข้าไปยังจุดผ่านแดนถาวรภูดู่ จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเชื่อมกับแขวงไชยบุรี เมืองหลวงพระบางของประเทศลาว” นางนุชจรินทร์ กล่าว
ปัจจุบันชาวพม่าที่พอจะมีฐานะนิยมเดินทางเข้ามายัง จ.พิษณุโลก เพื่อใช้บริการด้านการแพทย์ รวมทั้ง จ.พิษณุโลก ถือว่าเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ในภูมิภาคอินโดจีน นอกจากนี้ ยังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทั้งเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และเชิงนิเวศ โดยเฉพาะชาวพม่าจากเมืองผาอันและเมาะละแหม่ง
ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวจากไทยไปพม่า (เอาต์บาวด์) มีเยอะมาก แต่การที่คนพม่าเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย (อินบาวด์) ยังมีอยู่น้อย เพราะคนพม่าที่จะมาได้ต้องมีวีซ่า แต่เชื่อว่าเมื่อเปิดเออีซีก็น่าจะทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวจากพม่าขยายตัวขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจหลังเปิดประเทศ
ทั้งนี้ จ.พิษณุโลก เป็นจังหวัดที่อยู่กึ่งกลางสี่แยกอินโดจีน และมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ในหลายๆ ด้าน เมื่อเปิดเออีซีจึงน่าจะมีแรงงานและวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามามากขึ้น ผู้ประกอบการในพื้นที่ก็จะมีตัวเลือกมากขึ้น ขณะที่การแข่งขันก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยขณะนี้เริ่มมีบริษัทขนาดใหญ่จำนวนมาก ทั้งทุนภายในและต่างประเทศให้ความสนใจหาซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตและส่งออก แต่ยังติดเรื่องผังเมืองที่ไม่เหมาะสมกับการขยายตัวด้านการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนกำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางปรับแก้ผังเมืองให้เหมาะสม เพราะผังเมืองเดิมใช้กันมานานจึงทำให้ล้าสมัยและไม่เหมาะสม ซึ่งก็มีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยแสดงความสนใจแต่ติดเรื่องผังเมือง รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและปัญหาการเมือง ทำให้ต้องชะลอการตัดสินใจ







