posttoday
สสว.ยกระดับเอสเอ็มอี หนุนใช้ซอฟต์แวร์พัฒนาธุรกิจ

สสว.ยกระดับเอสเอ็มอี หนุนใช้ซอฟต์แวร์พัฒนาธุรกิจ

10 พฤษภาคม 2553

.....ชนิกา สุขสมจิตร

ความพยายามของภาครัฐในการส่งเสริมเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถแข่งขันเทียบกับชั้นมาตรฐานสากล ยังคงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ในเรื่องการบริหารจัดการเข้ามาปรับใช้ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานทางธุรกิจให้มีความน่าสนใจไม่ใช่เป็นแค่เพียงเอสเอ็มอีเล็กๆ ที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการเพียงแค่ในประเทศเท่านั้น

ทั้งนี้เนื่องจากการแข่งขันทางการค้าที่มีมากขึ้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจรายใหญ่ย่อมได้เปรียบรายเล็กไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจเอสเอ็มอีจะไม่มีโอกาสเทียบชั้นต่อสู้บนเวทีตลาดการค้าได้ ในทางกลับกันจะต้องมีการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้อยู่ตลอดเวลา

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจและการค้าในยุคไร้พรมแดนที่จะมีผลกระทบต่อเอสเอ็มอี ของไทยที่หากไม่ปรับตัวก็อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันได้จึงร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยจัดทำ “โครงการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ด้วยซอฟต์แวร์ไทย”

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล เอกสาร สินค้า และบริการให้มีมาตรฐานสูงสุด สามารถลดต้นทุนทุกขั้นตอนซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการมีขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับโลก พร้อมกันนี้ยังเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ไทยให้เกิดการขยายตัวทางการตลาดที่จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพเพิ่มขึ้นในอนาคตไปพร้อมๆ กัน

สำหรับซอฟต์แวร์ไทยที่นำมาให้ผู้ประกอบการได้เลือกใช้งานนั้น จะมีจุดเด่นตรงที่เป็นซอฟต์แวร์ที่รองรับได้กับทุกการใช้งานในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์บัญชี การขาย สต๊อก ซอฟต์แวร์ระบบเช็คสั่งจ่าย ซอฟต์แวร์ที่มีระบบโปรแกรม Dictionnary หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์สำหรับการดูแลและบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของลูกค้า เป็นต้น ซึ่งซอฟต์แวร์ไทยนับว่าตอบสนองและเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานของผู้ประกอบการไทยได้มาก กว่าซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ประเทศ ทั้งยังเหมาะสมกับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีที่ยังไม่ถนัดในการใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาบริหารจัดการธุรกิจและต้องการเริ่มต้นการใช้ซอฟต์แวร์อย่างง่าย และด้วยข้อดีที่ใช้เงินลงทุนไม่มากเท่ากับการใช้ซอฟต์แวร์ของต่างประเทศ

นอกจากนี้ข้อดีของการใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาบริหารจัดการธุรกิจนั้น ยังสามารถช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมเนื่องจากเป็นการลดปริมาณการใช้กระดาษ ลดขั้นตอนการเดินทางส่งผลให้ช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย ซึ่งในสถานการณ์ที่หากผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีไทยมีการพัฒนาเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจของตนเองตลอดเวลา จะทำให้สามารถแข่งขันได้ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังผันผวนอยู่ในขณะนี้ แต่หากไม่มีการเพิ่มศักยภาพให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ สสว.ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี ในการลงทุนซื้อซอฟต์แวร์ไทยกับบริษัทผู้ประกอบการ 40 บริษัท ที่เข้าร่วมโครงการในราคา 50% (ตามเงื่อนไขโครงการ) แต่ไม่เกินวงเงิน 2 หมื่นบาท และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการสามารถรับเงินส่วนต่างที่ทาง สสว.สนับสนุนทันทีที่โครงการเสร็จสิ้นลง คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะใช้ซอฟต์แวร์ในโครงการนี้ไม่น้อยกว่า 300 ราย

ชาญณรงค์ อร่ามกุล ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์วิสาหกิจรายย่อย สำนักงานส่งเสริมเอสเอ็มอี (สสว.) กล่าวว่า “ซอฟต์แวร์ไทยจะเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดข้อได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ขณะเดียวกันและการที่จะก้าวไปสู่โลกของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (ASEAN Economic Community) ในปี 2015 เป็นโจทย์ที่ทางสมาคมและ สสว.ร่วมมือกันส่งเสริมศักยภาพของการพัฒนาคุณภาพซอฟต์แวร์ไทย ซึ่งโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล เอกสาร สินค้า และบริการให้มีมาตรฐานสูงสุดและยังสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายและการลงทุนให้กับผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย”

ทั้งนี้การดำเนินงานโครงการฯยังเป็นการพัฒนาวิสาหกิจเอสเอ็มอี ที่ดำเนินการอยู่แล้วให้ขยายตัวเทียบเท่าระบบสากล และสามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

ด้าน สมเกียรติ อึงอารี นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับ สสว. ในครั้งนี้ถือเป็นการเข้ามากระตุ้นตลาดในช่วงไตรมาสแรก โดยคาดว่าจะส่งผลให้ตลาดธุรกิจเอสเอ็มอีของผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยจากกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นถึง 10% ไตรมาสแรกนี้ และจะมาอยู่ที่ 15% ในไตรมาส 23 ซึ่งหากโครงการต่างๆ ของสมาคมเป็นไปตามขั้นตอนที่วางเอาไว้ จะสามารถทำให้ยอดรวมของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยพุ่งถึง 200 ล้านบาท

ยุทธนัยณ์ นิธิพิสุทธิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีคัสตอม เซอร์วิส ผู้นำซอฟต์แวร์ด้านศุลกากร กล่าวว่า “ มีลูกค้าเอสเอ็มอีให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ถือ เป็นการกระตุ้นการพัฒนาวงการอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และกระตุ้นการวางรากฐานระบบการบริหารงานของเอสเอ็มอีให้ก้าวไกลทัดเทียมนานาประเทศ ซึ่งนอกจากจะทำให้ซอฟต์แวร์ไทยเป็นที่รู้จักแล้ว ยังทำให้ลูกค้าหันมาเห็นประโยชน์ที่สำคัญของซอฟต์แวร์ ซึ่งภายหลังมีการติดตั้งซอฟต์แวร์ให้แก่ลูกค้าเอสเอ็มอีแต่ละรายนับ มีผลตอบรับที่ดีเพราะสามารถลดมูลค่าต้นทุนได้อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากทางบริษัทจำหน่ายซอฟต์แวร์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับศุลกากร ทำให้บริษัทลูกค้าสามารถลดความวุ่นวายในการจัดการและ ประหยัดค่าใช้จ่าย

ในขณะที่ ธันยวรรณ พัฒผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วรรณภพ หนึ่งในผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ กล่าวว่า “หลังจากที่บริษัทซื้อซอฟต์แวร์เข้ามาปรับใช้ในธุรกิจ มีการวางระบบและใช้งานมาระยะหนึ่ง เห็นว่าช่วยประหยัดต้นทุนได้ ซึ่งนอกจากองค์กรจะพัฒนาในทางที่ดีแล้ว ยังสามารถเอื้อประโยชน์ต่อหลายๆ ฝ่าย

ปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้กลับมาคิดว่า เราควรจะใช้ประโยชน์จากความทันสมัยในการลดต้นทุนและสร้างความสะดวกต่างๆ ให้กับองค์กร จึงมีความคิดว่าการใช้ซอฟต์แวร์น่าจะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี”

ซึ่งก่อนหน้าที่จะตัดสินใจเลือกซื้อได้มีการคำนวณถึงความคุ้มค่าจากการลงทุน ทำให้เห็นได้ชัดว่า ย่างไรก็ตามการลงทุนเรื่องการสร้างระบบที่ดีจะสามารถเอื้อประโยชน์ให้องค์กรได้เป็นอย่างมากในระยะยาว ทั้งในเรื่องของแรงงาน เวลา ทรัพยากรต่างๆ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในเอสเอ็มอี ที่ประกอบกิจการ ก็มีความคาดหวังที่อยากให้เพื่อนร่วมธุรกิจที่เป็นเอสเอ็มอี ร่วมกันสร้างองค์กรมุ่งสู่ความเป็นสากล และสร้างบริษัทให้เป็นมาตรฐาน หากทุกๆบริษัทต่างพัฒนา ประเทศก็จะพัฒนาไปด้วยความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้วงการเอสเอ็มอีของไทยในทุกระดับได้ตื่นตัวที่จะหันมาเพิ่มศักยภาพธุรกิจด้วยระบบซอฟต์แวร์ไทยที่หลายฝ่ายอาจมองข้ามทั้งที่มีศักยภาพไม่แพ้ต่างชาติและสำคัญมีราคาที่ถูกกว่า อันเป็นการเกื้อหนุนและเชื่อมโยงธุรกิจเอสเอ็มอีไทยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพราะเอสเอ็มอีคือรากฐานของระบบเศรษฐกิจที่จะเติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในอนาคต

ความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้วงการเอสเอ็มอีของไทยในทุกระดับได้ตื่นตัวที่จะหันมาเพิ่มศักยภาพธุรกิจด้วยระบบซอฟต์แวร์ไทยที่หลายฝ่ายอาจมองข้ามทั้งที่มีศักยภาพไม่แพ้ต่างชาติและสำคัญมีราคาที่ถูกกว่า อันเป็นการเกื้อหนุนและเชื่อมโยงธุรกิจเอสเอ็มอีไทยให้เกิดประสิทธิ ภาพสูงสุด เพราะเอส เอ็มอีคือรากฐานของระบบเศรษฐกิจที่จะเติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในอนาคต

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี