
จับกระแสแรงงานทิศทางเคลื่อนย้ายหลังปี"58
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายกังวลหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบในปลายปีหน้า คือ เกรงว่าอาจมีแรงงานจากประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียนไหลทะลักเข้ามาแย่งงานคนไทย ทำให้คนท้องถิ่นหางานยากขึ้น
ในฝั่งของผู้ประกอบการอาจเห็นว่า การเปิดตลาดเสรีอาจช่วยให้มีทางเลือกใช้แรงงานจากประเทศอาเซียนมากขึ้น อีกด้านหนึ่งจะทำให้แรงงานไทยออกไปทำงานในประเทศอาเซียนมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัญหาต่อผู้ประกอบการบ้าง แต่ยังไม่มีใครออกมาแสดงความกังวลชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทั้งนี้ เมื่อเปิดตลาดเสรีเต็มที่ จะทำให้ตลาดอาเซียนมีกำลังแรงงานรวมประมาณ 307 ล้านคน โดยประเทศอินโดนีเซียมีแรงงานมากเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม หรือประมาณ 120 ล้านคน รองลงมา คือ เวียดนาม 52.6 ล้านคน ฟิลิปปินส์และไทยมีแรงงานอยู่ประเทศละ 40 ล้านคน พม่า 28.4 ล้านคน มาเลเซีย 12.2 ล้านคน กัมพูชา 8.1 ล้านคน ลาว 3.2 ล้านคน สิงคโปร์ 2.9 ล้านคน และบรูไน 2 แสนคน ในจำนวนทั้งหมดนี้ พบว่า แรงงานจากประเทศกลุ่มอาเซียนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยทั้งระดับล่างและระดับแรงงานฝีมือยังมีจำนวนน้อยมาก หรือประมาณ 1.8 ล้านคน ไม่รวมแรงงานที่เข้าเมืองผิดกฎหมายที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีจำนวนคิดเป็น 0.6% ของแรงงานทั้งหมดของอาเซียน
สำหรับเรื่องนี้ จุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มองว่า การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในช่วงแรกๆ นั้น จะยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจน โดยเฉพาะแรงงานระดับล่างที่หลายคนเข้าใจผิดและกังวลว่าอาจมีการเคลื่อนย้ายกันจำนวนมาก เพราะแรงงานกลุ่มนี้ไม่ใช่แรงงานฝีมือที่สามารถเคลื่อนย้ายได้เสรีตามกรอบเออีซี ที่สำคัญแรงงานจะเคลื่อนย้ายได้ต้องมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ใน ข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัติวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ของอาเซียน ใน 7+1 สาขาวิชาชีพ คือ วิศวกร พยาบาล สถาปนิก ช่างสำรวจ แพทย์ ทันตแพทย์ นักบัญชี และบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว
ขณะที่แรงงานฝีมือจากประเทศอาเซียน 8 ประเทศ (ไม่รวมบรูไนและไทย) ที่ได้รับใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย ณ ปี 2554 มีจำนวน ทั้งหมด 1.31 หมื่นคน ในจำนวนนี้เป็นชาวฟิลิปปินส์เกือบ 8,000 คน คิดเป็น 55% ของแรงงานฝีมือจากอาเซียนทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย 2,200 คน สิงคโปร์ 1,500 คน และพม่า ซึ่งเป็นแรงงานฝีมือประเภททั่วไป 1,400 คน
“การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรีตามกรอบอาเซียนมี 2 แบบ คือ การเข้ามาหางานทำและการเข้ามาตามการลงทุน ซึ่งปัจจุบันแรงงานฝีมือจากอาเซียนยังมีจำนวนน้อย จึงคาดว่าในช่วงแรก แรงงานฝีมือจากอาเซียนคงไม่ไหลทะลักเข้ามาทำงานในประเทศไทยในอัตราที่น่าตกใจนัก”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลมากกว่านั้น คือ แรงงานฝีมือจากประเทศนอกกลุ่มอาเซียน เช่น จีนและอินเดีย เนื่องจากสองประเทศนี้มีประชากรวัยทำงานจำนวนมาก อีกทั้งแรงงานฝีมือจากอังกฤษและอเมริกาก็มีแนวโน้มที่จะหันมาทำงานในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น เพราะมีค่าครองชีพที่ถูกกว่า หาก แรงงานกลุ่มนี้ไหลเข้ามาทำงานในอาเซียนและประเทศไทยมากขึ้นก็อาจส่งผลต่อการจ้างงานของ แรงงานไทยในอนาคตได้ เนื่องจากแรงงานจากประเทศเหล่านี้มีคุณภาพและศักยภาพสูงกว่า
ดังนั้น ประเทศไทยจะต้องพัฒนาความพร้อม ของแรงงานที่จะป้อนเข้าตลาดใน 4-5 ปี ข้างหน้ามากขึ้น เพราะการแข่งขันจะสูงขึ้น โดยเฉพาะจากแรงงานฝีมือในประเทศเอเชีย ไม่ใช่แค่เพียงแรงงานจากอาเซียนเพียงกลุ่มเดียว







