posttoday
รฟม.ชูฮ่องกงโมเดลพลิกทำเลร้างสู่เมืองใหม่

รฟม.ชูฮ่องกงโมเดลพลิกทำเลร้างสู่เมืองใหม่

28 มกราคม 2557

ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ

ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ

ไม่เพียงแต่ฮ่องกงจะติดท็อปทรีที่มีวิวสวยยามค่ำคืนของโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งทั่วโลกที่มีความโดดเด่นในเรื่องระบบขนส่งสาธารณะ ระยะทางกว่า 200 กม. ระบบรางที่นี่นอกจากจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ของฮ่องกงแล้ว ที่น่าสนใจคือ การใช้พื้นที่บริเวณรอบสถานีรถไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด และถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่ไทยควรเลียนแบบเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับคอนเซปต์การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้า หรือทีโอดี (Transit Oriented Development) เป็นการพัฒนาพร้อมกันทั้งหมด คือ เมือง ที่ดิน ระบบราง และอสังหาริมทรัพย์ โดยมีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของฮ่องกงรับหน้าที่ในการพัฒนาเมืองใหม่ ในรูปบริษัทร่วมทุนกับเอกชน และนำเงินที่ได้จากการพัฒนาที่ดินมาลงทุนสร้างระบบราง ทำให้ไม่ต้องกังวลกับการขาดทุนจากการให้บริการรถไฟฟ้า เพราะมีกำไรจากการพัฒนาเมืองใหม่รอบรถไฟฟ้ามาชดเชย

ยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า สำหรับไทยจะเห็นการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าใน 2 สาย คือ สายสีชมพู (มีนบุรีแคราย) และสายสีส้มทั้งสองเฟส คือ ศูนย์วัฒนธรรมฯมีนบุรี และศูนย์วัฒนธรรมฯตลิ่งชัน ที่ชั้นล่างจะเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง รถไฟฟ้า ส่วนชั้นบนจะแบ่งพื้นที่เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย หรือคอมมูนิตี้มอลล์ รวมไปถึงการเปิดให้ร้านค้าเช่าพื้นที่

ที่ผ่านมา รฟม.ใช้พื้นที่รอบสถานีน้อยมากจากพื้นที่ว่างทั้งหมดกว่า 1,000 ไร่ เนื่องจากขาดการวางแผนที่ชัดเจน เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยมากเกินไป โดยกำหนดให้การเดินทางออกจากรถไฟฟ้าถึงข้างบนสถานีต้องไม่เกิน 6 นาที ทำให้พื้นที่ภายในสถานี รถไฟฟ้าไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างแบบ มัลติคอมเพล็กซ์เหมือนฮ่องกง

ทิน ฉวน ผู้อำนวยการกลุ่มบริษัท เอรัพ (ARUP) ผู้พัฒนาพื้นที่บริเวณรอบสถานีรถไฟฟ้ารายใหญ่ของฮ่องกง กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของรัฐบาลถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องกล้าลงทุนในจุดที่เหมือนจะไม่มีกำไรในตอนแรก ด้วยการสร้างรถไฟฟ้าพร้อมกับการพัฒนาเมืองใหม่ ทั้งที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน พิพิธภัณฑ์ เมื่อมีชุมชนเกิดขึ้น รายได้จากการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีจะกลายเป็นรายได้หลักที่ไปต่อยอดขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าได้ทั่วเมือง

ทั้งนี้ ในฮ่องกงมี 14 สถานีที่เป็นรูปแบบทีโอดี โดยเอรัพเป็นผู้พัฒนาให้ 11 สถานี รูปแบบของทีโอดี คือ ชั้นล่างสุดเป็นศูนย์ซ่อมรถไฟฟ้า ข้างบนเป็นที่อยู่ ช็อปปิ้งมอลล์ และสำนักงานออฟฟิศ โดยออกแบบพื้นที่ภายในสถานีให้เดินเชื่อมถึงกันได้หมด

ตัวอย่างที่ชัดเจนมากของฮ่องกง คือ สถานีโลฮัส พาร์ค (Lohas park) ที่ใช้งบลงทุนสร้างทั้งหมด 8 หมื่นล้านบาท พัฒนาพื้นที่รอบสถานีให้กลายเป็นเมืองแห่งชุมชนน่าอยู่ มีคอนโดมิเนียม 2.15 หมื่นยูนิต รองรับคนเข้าอยู่ได้ 6 หมื่นคน มีทางเชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าตรงเข้าคอนโดมิเนียมเลย และภายนอกสถานียังเป็นฮับของรถประจำทางอีกหลายสายเพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดให้คนสนใจเข้าพักให้มากที่สุด

นอกจากโลฮัส พาร์คแล้ว สถานีสำคัญอีกแห่งคือ สถานีเกาลูน งบลงทุนสูงถึง 7.7 หมื่นล้านเหรียญฮ่องกง เนรมิตสนามบินกลางเมือง หรือสถานีรถไฟ ที่เช็กอินและโหลดสัมภาระได้ทันที มีรถไฟด่วนวิ่งตรงไปยังสนามบิน ค่าบริการ 90 เหรียญฮ่องกง ขณะที่ชั้นบนเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

ฉวน กล่าวว่า ประเทศไทยพยายามจะพัฒนาสถานีมักกะสันแบบเดียวกับสถานีเกาลูน แต่การพัฒนาสถานีต่างๆ ของไทยไม่ประสบความสำเร็จ เพราะขาดการสนับสนุนด้านนโยบายที่แข็งแรงจากรัฐบาล รวมทั้งความเข้าใจในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพื้นที่ที่มีอยู่ ทั้งที่ทีโอดีจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่จะนำมาสนับสนุนการให้บริการรถไฟฟ้า รัฐบาลจึงต้องกล้าลงทุน และมองไปข้างหน้าที่เป็นอนาคตมากขึ้น

แม้ภาพของทีโอดีจะยังเป็นเรื่องใหม่ของไทย แต่การลงทุนอนาคตต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ดีกว่าปล่อยให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใดๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท