
กรีน โซไซตี้
ปัญหาเรื่องโลกร้อนมากขึ้นกลายเป็นวาระแห่งโลกที่ทุกประเทศต่างหันมารณรงค์อย่างจริงจังผ่านแคมเปญต่างๆ หลากหลายรูปแบบ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของคนในประเทศนั้นๆ ให้มีความตระหนักในเรื่องนี้มากขึ้น
ปัญหาเรื่องโลกร้อนมากขึ้นกลายเป็นวาระแห่งโลกที่ทุกประเทศต่างหันมารณรงค์อย่างจริงจังผ่านแคมเปญต่างๆ หลากหลายรูปแบบ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของคนในประเทศนั้นๆ ให้มีความตระหนักในเรื่องนี้มากขึ้น
หนึ่งในประเทศที่จริงจัง คือ ฮ่องกง ที่หากซื้อของตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือว่าร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นอีเลฟเว่นจะไม่มีถุงใส่ของให้ หากต้องการถุงพลาสติกจะต้องเสียเงินเพิ่ม 50 เซนต์ หรือถุงละ 2 บาท
ดังนั้น ภาพที่เห็นในซูเปอร์มาร์เก็ต คือทุกคนจะเตรียมถุงของตัวเองมา บ้างอาจเป็นถุงผ้า บ้างก็อาจเป็นถุงพลาสติกใบเดิม ซึ่งอย่างน้อยก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มจำนวนถุงพลาสติกให้มากขึ้นอีก
ในประเทศไทยเองแม้การใช้ถุงผ้าจะได้รับความนิยม แต่ดูเหมือนจะเป็นกระแสชั่ววูบ เพราะตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อก็ยังใช้ถุงพลาสติกกันอย่างสิ้นเปลือง และกลายเป็นว่าใครที่นำถุงมาเองนั่นแหละที่ดูแปลกแยกและไม่เข้าพวก
ยิ่งเมื่อเวลาสั่งอาหารแบบกลับบ้านตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือฟู้ดคอร์ตของห้างสรรพสินค้าบางแห่ง เราจะถูกคิดเงินเพิ่มอีก 5 บาท ไม่ใช่เพราะช่วยลดโลกร้อน แต่เพราะคนขายผลักภาระค่ากล่องโฟมหรือถุงมาให้ลูกค้าต่างหาก
สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงวิธีคิดและการปฏิบัติที่สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับการรณรงค์ เพื่อสร้างกระแสโลกสีเขียวให้เกิดขึ้นได้จริง
ดังนั้น การรณรงค์เรื่องลดโลกร้อนจะประสบความสำเร็จ รัฐบาลต้องกำหนดเป็นวาระแห่งชาติและดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะสังคมจะสีเขียวและน่าอยู่ได้หาใช่มีเพียงนิยามเก๋ๆ ที่ว่า “กรีน โซไซตี้” เท่านั้น แต่หากไร้ซึ่งการลงมือปฏิบัติก็ล้วนไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อโลกใบนี้







