
เทขายอสังหาฯมือสองหนีการเมืองรุกภูมิภาค
โชคชัย สีนิลแท้
โชคชัย สีนิลแท้
จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงร้อนระอุ ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์มือสอง และการประมูลทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดต่างต้องเร่งปรับตัว โดยหันไปเน้นการประมูลทรัพย์ในส่วนภูมิภาคมากขึ้น
วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการขายทอดตลาดทรัพย์ของกรมบังคับคดีในภาพรวม เนื่องจากมีการปิดสำนักงานเป็นช่วงระยะสั้นและเกิดขึ้นในบางพื้นที่ เช่น ในภาคใต้ ปัจจุบันกรมมีทรัพย์ที่อยู่กว่า 2 แสนล้านบาททั่วประเทศ โดยอยู่ในกรุงเทพฯ 10% ในจำนวนนี้เป็นทรัพย์ที่อยู่นำมาขายทอดตลาดกว่า 1.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นที่ดินเปล่าพร้อมสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 7.1 หมื่นล้านบาท ที่ดินเปล่า 4.6 หมื่นล้านบาท และอาคารชุดกว่า 5,000 ล้านบาท
สำหรับปีงบประมาณ 2556 (ถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2556) กรมมียอดขาย 3.4 หมื่นล้านบาท โดยได้ตั้งเป้าในปีงบประมาณ 2557 ที่ 46 หมื่นล้านบาท ซึ่งในปีนี้กรมมีนโยบายที่จะขยายตลาดสู่นักลงทุนชาวต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากมีทรัพย์ในบางจังหวัดที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ อาทิ ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ เชียงราย พัทยา โดยจะเพิ่มภาษาอังกฤษในเอกสารสำนวนคดี เพื่ออำนวยความสะดวกชาวต่างชาติที่ต้องการใช้สำนวนคดีภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ยังใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาทในการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ สำนวนคดีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ การขยายระบบอีบรอดคาสต์ หรือการแจ้งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ และระบบอีออกชั่น เพื่อรองรับตลาดเออีซีและการประมูลทรัพย์จากต่างประเทศผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ ตลาดที่เป็นที่จับตามองของกลุ่มนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสการเติบโตของเออีซี คือ จ.เชียงราย และเชียงใหม่
จุมพล สุขมั่น ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เชียงรายเป็นจังหวัดที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มทุนมาตั้งแต่ปี 2550 เพราะอยู่ในพื้นที่ 6 เหลี่ยมเศรษฐกิจ ประกอบด้วย จีน ไทย พม่า เวียดนาม กัมพูชา และลาว ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2536 รวมทั้งล่าสุดการประกาศให้ จ.เชียงราย เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่สาย อ.เชียงของ และ อ.เชียงแสน ทำให้เป็นจังหวัดที่มีความน่าสนใจลงทุนมากขึ้น
ปัจจุบันทรัพย์ที่อยู่ในการบังคับคดีในบางอำเภอเหลือเพียงทรัพย์ในหมู่บ้าน เนื่องจากทรัพย์สำหรับการลงทุนได้รับความสนใจซื้อไปก่อนหน้าแล้ว ปัจจุบันทรัพย์ที่น่าสนใจในการซื้อเพื่อการลงทุนจึงอยู่ในเขต อ.เมือง เป็นส่วนใหญ่ อาทิ ทรัพย์ประเภทศูนย์การค้าที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง จ.เชียงราย เป็นต้น สำหรับผลการดำเนินงานปีงบประมาณที่ผ่านมาสามารถขายทรัพย์ได้เกินเป้า 39% จากเป้ากว่า 739 ล้านบาท กว่า 1,105 ล้านบาท
ด้าน ทรงศิลป์ ภิรมย์กุล ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ผลการดำเนินงาน จ.เชียงใหม่ เติบโตปีละ 1020% ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา เนื่องจากกระแสความนิยมซื้ออสังหาริมทรัพย์ ใน จ.เชียงใหม่ หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ทำให้บ้านมือสองและทรัพย์ขายทอดตลาดมีการแข่งสู้ราคากันสูงขึ้น
ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า สถานการณ์ของตลาดบ้านมือสองในปี 2557 นั้นยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหาการเมืองว่าจะคลี่คลายไปในทิศทางใด หากยืดเยื้อเชื่อว่าจะส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการบริโภค ทั้งนี้ผู้ซื้อบ้านบางรายตกลงราคากันไว้แล้วแต่ไม่ตัดสินใจซื้อเพราะต้องการดูทิศทางของบ้านเมืองไปก่อน หากรุนแรงจะส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศ
“เมื่อเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย คาดว่าปัญหาทางการเมืองน่าจะทำให้ตลาดบ้านมือสองในช่วงไตรมาส 12 ไม่ดีเหมือนกับปีที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจบ้านมือสองจะต้องทำงานหนักขึ้นกว่าสถานการณ์ปกติ เนื่องจากหากเปรียบเทียบจำนวนบ้านมือสองในตลาดและความต้องการซื้อนั้นยังมีความแตกต่างกันสูงมาก เพราะในตลาดมีสินค้าประมาณ 33.5 แสนหน่วย แต่มีความต้องการซื้อประมาณ 25% หรือประมาณ 78 หมื่นหน่วยต่อปี” นพ.สมศักดิ์ กล่าว
จะเห็นได้ว่าตลาดบ้านมือสองแข่งขันดุเดือดไม่แพ้อสังหาริมทรัพย์ใหม่ เพราะนอกจากจะมีทรัพย์จากกรมบังคับคดีและจากสถาบันการเงิน รวมถึงในอนาคตจะมีนายหน้าจากกลุ่มประเทศอาเซียนมาร่วมวงแข่งขันอีก ทำให้ทุกฝ่ายต้องเร่งปรับตัวฝ่าปัจจัยลบที่แวดล้อมอยู่ในขณะนี้ทั้งนี้ ปัจจุบันนี้มีนายหน้าต่างชาติเข้ามาทำงานในเมืองไทย โดยเฉพาะย่านถนนสุขุมวิทและเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น พัทยา ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ หัวหินฯลฯ
“เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีพระราชบัญญัตินายหน้าอสังหาริมทรัพย์ประกาศใช้ สมาคมนายหน้าฯ จึงต้องมีบทบาทในการควบคุมการทำงานของสมาชิก ที่เป็นองค์กรให้ปฏิบัติงานภายใต้จรรยาบรรณ และเป็นองค์กรทำหน้าที่เพิ่มศักยภาพให้นายหน้ามีความรู้และความสามารถในการให้บริการลูกค้า ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยปกป้องผู้ใช้บริการไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายให้ได้รับความเป็นธรรม และเป็นองค์กรที่ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนได้หากได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมของสมาชิกในการทำงาน และร่วมกันสร้างสรรค์องค์กรให้เป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชน เนื่องจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 1 ปีข้างหน้า สมาคมฯ เล็งเห็นว่าถ้านายหน้าอสังหาริมทรัพย์มีพระราชบัญญัติออกมาดูแลและควบคุม จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือในสายตาของประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งจะช่วยให้ปริมาณบ้านมือสองที่จะขายผ่านนายหน้าฯมีมากขึ้น และเชื่อว่าจะกระตุ้นให้เจ้าของทรัพย์สินที่ทิ้งไว้อย่างเปล่าประโยชน์ถูกนำมาขาย ซึ่งจะช่วยลดแหล่งเสื่อมโทรมซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาอาชญากรรม ที่สำคัญจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจโดยรวม นอกจากนี้สมาคมฯ มีความพยายามจะเรียกร้องให้ภาครัฐมีมาตรการถาวรในการสนับสนุนบ้านมือสองไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษี หรือเรื่องค่าธรรมเนียมการโอน เพื่อทำให้เกิดการซื้อขายบ้านมือสองและช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น” นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทยกล่าว







