posttoday
ก้าวใหม่รถมาเลย์

ก้าวใหม่รถมาเลย์

28 มกราคม 2557

เมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยและมาเลเซียนับว่าเป็นคู่แข่งสำคัญในการแย่งชิงตำแหน่งศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ในเออีซี โดยในช่วงนั้นเป็นการแข่งขันที่คู่คี่สูสีกันมาก ไทยเก่งรถยนต์ปิกอัพ มาเลเซียเก่งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล แต่ทิศทางนโยบายของ 2 ประเทศแตกต่างกันมาก ขณะที่มาเลเซียมุ่งพัฒนารถยนต์แห่งชาตินับตั้งแต่ปี 2526 โดยจำกัดการลงทุนของต่างชาติ ไทยกลับดำเนินนโยบายในทิศทางตรงกันข้าม โดยเปิดเสรีการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างสิ้นเชิงเมื่อปี 2534 พร้อมกับเร่งส่งเสริมการลงทุนอย่างเต็มที่ภายใต้คำขวัญที่เราคุ้นเคยกันดี คือ Detroitof Asia

เมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยและมาเลเซียนับว่าเป็นคู่แข่งสำคัญในการแย่งชิงตำแหน่งศูนย์กลางอุตสาหกรรมรถยนต์ในเออีซี โดยในช่วงนั้นเป็นการแข่งขันที่คู่คี่สูสีกันมาก ไทยเก่งรถยนต์ปิกอัพ มาเลเซียเก่งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล แต่ทิศทางนโยบายของ 2 ประเทศแตกต่างกันมาก ขณะที่มาเลเซียมุ่งพัฒนารถยนต์แห่งชาตินับตั้งแต่ปี 2526 โดยจำกัดการลงทุนของต่างชาติ ไทยกลับดำเนินนโยบายในทิศทางตรงกันข้าม โดยเปิดเสรีการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างสิ้นเชิงเมื่อปี 2534 พร้อมกับเร่งส่งเสริมการลงทุนอย่างเต็มที่ภายใต้คำขวัญที่เราคุ้นเคยกันดี คือ Detroitof Asia

จากนโยบายผิดพลาดข้างต้น ทำให้มีสภาพกลืนไม่เข้า คายไม่ออก ความจริงแล้วต้องการปรับเปลี่ยนนโยบายมาเปิดเสรีการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ เพื่อให้เป็นฐานผลิตและส่งออกของต่างชาติ แต่หวั่นเกรงว่าจะส่งผลกระทบทำให้บริษัทรถยนต์แห่งชาติ โดยเฉพาะโปรตอน จะประสบปัญหาทางการเงิน ดังนั้น จึงเปิดเสรีอุตสาหกรรมรถยนต์แบบเป็นขั้นตอน กระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม (MITI) ของมาเลเซีย ได้ประกาศปรับปรุงนโยบายอุตสาหกรรมรถยนต์แห่งชาติ (National Automotive Policy NAP) เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2552 โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 เป็นต้นไป กำหนดเปิดเสรีการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างจำกัด โดยยกเลิกการห้ามตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ รวมถึงเปิดเสรีการถือหุ้นของต่างชาติ เฉพาะกรณีประกอบรถยนต์ขนาดไม่ต่ำกว่า1,800 ซีซี และมีราคาจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนริงกิต หรือ 1.5 ล้านบาท รวมถึงเปิดเสรีการผลิตรถยนต์หรูหรา รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ปิกอัพ และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 เป็นต้นไป แต่มีการลงทุนอย่างจำกัด เนื่องจากตลาดใหญ่ของมาเลเซียเป็นรถยนต์ขนาดต่ำกว่า 1,800 ซีซี ซึ่งยังไม่เปิดเสรี เนื่องจากเกรงจะแข่งขันกับรถยนต์แห่งชาติ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2557 กระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมได้ประกาศนโยบายอุตสาหกรรมรถยนต์แห่งชาติฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้โดยทันที กำหนดเป้าหมายส่งเสริมให้อุตสาหกรรมรถยนต์มีความสามารถในการแข่งขันและมีความยั่งยืน เพิ่มปริมาณการประกอบรถยนต์จาก 6 แสนคันในปัจจุบัน เป็น 1.25 ล้านคัน ภายในปี 2563 กำหนดเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงาน (Energy Efficient Vehicles – EEVs) ในเออีซี ซึ่งครอบคลุมทั้งรถยนต์สิ้นเปลืองน้ำมันน้อย รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์พลังงานทางเลือก โดยภายในปี 2563 รถยนต์สัดส่วนสูงถึง 85% ที่ผลิตในมาเลเซีย จะต้องเป็นรถยนต์แบบ EEVs เพิ่มการส่งออกจากเพียงแค่ 2 หมื่นคัน เป็น 2 แสนคัน ภายในปี 2563

นโยบายข้างต้น ได้เปิดเสรีการลงทุนของต่างชาติ โดยไม่จำเป็นต้องร่วมทุนกับนักลงทุนมาเลเซีย สำหรับการผลิตรถยนต์ขนาดต่ำกว่า 1,800 ซีซี แต่มีเงื่อนไขต้องเป็นรถยนต์แบบ EEVs เท่านั้น ขณะเดียวกันรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท สำหรับเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และอีก 1,800 ล้านบาท สำหรับเป็นเงินให้เปล่า เพื่อสนับสนุนการผลิตรถยนต์ EEVs โดยกรณีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจะช่วยเหลือในการผลิตทูล แม่พิมพ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฯลฯ ขณะที่เงินให้เปล่าจะช่วยเหลือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เป็นภูมิบุตร

แม้การเปิดเสรีอุตสาหกรรมรถยนต์ของมาเลเซียจะค่อนข้างช้าและไม่เปิดเสรีเต็ม 100% แต่ก็เป็นเรื่องต้องจับตามองว่าจะมีนโยบายเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง เพื่อชักจูงการลงทุนแข่งขันกับไทยและอินโดนีเซีย เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมรถยนต์ให้กลับมาสู่ตำแหน่งแนวหน้าของเออีซีอีกครั้งหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท