
เมืองไทยประกันชีวิตปรับแผนรับ AEC
เมืองไทยประกันชีวิต เข้าสู่การเป็น Digital Insurer และตอบรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ได้แข็งแกร่งทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ
เมืองไทยประกันชีวิต เข้าสู่การเป็น Digital Insurer และตอบรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ได้แข็งแกร่งทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า ในปี 2556 ที่ผ่านมา บริษัทฯ คงรักษาอัตราการเติบโตที่มั่นคงแข็งแกร่ง ด้วยเบี้ยประกันรับรวม 60,249 ล้านบาท เติบโต 23% ซึ่งเป็นเบี้ยประกันรับใหม่สูงถึง 27,613 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 27% และเบี้ยประกันต่ออายุ 32,636 ล้านบาท เติบโต 20% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของธุรกิจ
สำหรับในปี 2557 เพื่อรองรับการขยายตัวของตัวแทนใหม่ บริษัท ได้จัดเตรียมระบบการสอบใบอนุญาตตัวแทนผ่านคอมพิวเตอร์ผ่านศูนย์สอบ 19 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสามารถรองรับการสอบตัวแทนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ได้มากกว่า 5 หมื่นคนต่อปี เพื่ออำนวยความสะดวกและความคล่องตัวให้กับตัวแทน นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตที่มีความรู้ความสามารถ ความมีคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงาน ตลอดจนยังได้วางเครือข่ายการสนับสนุนการสรรหาตัวแทนให้สามารถเข้าไปยังทุกสาขาทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังคงมุ่งมั่นที่จะเข้าสู่การเป็น Digital Insurer เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความทันสมัยสามารถสนับสนุนและเป็นเครื่องมือด้านการขายของตัวแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุค digital พร้อมกับพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยี แอพพลิเคชั่นและการใช้ social media ต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้า เพิ่มศักยภาพในการบริการ การติดต่อสื่อสาร ความสะดวกสบาย และสามารถตอบโจทย์รูปแบบการ
"เมืองไทยประกันชีวิตตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำในด้านดิจิตอลในธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งไม่ใช่ digital marketing เท่านั้น แต่หมายความถึงทั้งองค์กรทั้งในมุมของลูกค้า คู่ค้า ตัวแทนขาย และพนักงาน และในปีนี้บริษัทจะนำระบบ Automatic Underwriting เข้ามาใช้ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ หลังจากปีที่ผ่านมาบริษัทฯนำเครื่อง MPOS อุปกรณ์ชำระเบี้ยประกันแบบบพกพาเข้ามาให้ตัวแทนใช้ เพื่อเพิ่มอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการใช้บัตรเครดิตเพื่อชำระเบี้ยประกัน" นายสาระ กล่าว
สำหรับการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น บริษัทฯ ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบรับกับความต้องการของลูกค้าและรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนจากเดิม มีการแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งกลุ่มออมเงิน กลุ่มรายย่อย กลุ่มด้านประกันชีวิตและสุขภาพ ตลอดจนกลุ่มผู้สูงวัยที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ และในด้านการสนับสนุนตัวแทนขาย บริษัทฯ ได้พัฒนาเครื่องมือการขายและเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Google Apps ตลอดจนนำ Application Line & Line Band มาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าผ่านอุปกรณ์ Tablet
สำหรับช่องทางการรับเงินสินไหมทดแทนอุบัติเหตุและสุขภาพ ในปี 2557 บริษัทฯ ยังมีโครงการเปิดศูนย์บริการลูกค้าแห่งใหม่เพิ่ม ในปี 2557 นี้ อีกกว่า 10 สาขา อาทิ บลูพอร์ต หัวหิน เซ็นทรัลพลาซ่าศาลายา เซ็นทรัลพลาซ่าระยอง และศูนย์บริการที่ชช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ เมญ่า เชียงใหม่ ซึ่งเพิ่มเติมจากปีก่อนที่เปิดให้บริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
บริษัทฯ ได้มองโอกาสของการขยายตัวของธุรกิจที่จะก้าวเข้าสู่AEC นั้น จะเห็นได้ว่าบริษัทฯ ได้เตรียมวางระบบInfrastructure พร้อมจะก้าวสู่AEC โดยศึกษารูปแบบตามความเหมาะสมของปัจจัยแวดล้อมในแต่ละประเทศ เช่น กฎหมาย หรือสภาพเศรษฐกิจ ในเบื้องต้นบริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้เปิดสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ใน เมียร์ม่าร์ ซึ่งจะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ถึงประโยชน์ของการทำประกันชีวิตและรู้จักเมืองไทยประกันชีวิตมากยิ่งขึ้น รวมถึงให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ พร้อมทั้งศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสทางธุรกิจเมื่อเหมาะสม







