
เอสเอ็มอีอ่วมเจอพิษการเมืองซ้ำเศรษฐกิจซบ
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บ่นปัญหาการเมืองซ้ำเติมเศรษฐกิจชะลอตัว ฉุดความเชื่อมั่น ทำยอดขายร่วง
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บ่นปัญหาการเมืองซ้ำเติมเศรษฐกิจชะลอตัว ฉุดความเชื่อมั่น ทำยอดขายร่วง
นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ รองประธานและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในประเทศ ซึ่งมีความยืดเยื้อมา 2 เดือนเศษ รวมถึงปัจจัยจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโดยทั่วไป สายงานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ส.อ.ท. ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลสมาชิกในต่างจังหวัด และส่วนใหญ่เป็น ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จึงได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในประเทศและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ระหว่างวันที่ 17 - 22 มกราคม 2557 ผลประเมินจากแบบสำรวจความคิดเห็น มีดังต่อไปนี้
1. แนวโน้มผลประกอบการเอสเอ็มอีลดลงกว่าปีที่แล้ว โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 70% ประเมินว่าผลประกอบการปี 2557 จะแย่กว่าปีที่แล้ว ขณะที่ 20% กระทบเล็กน้อย และ 10% ผลประกอบการจะใกล้เคียงหรือเท่ากับปี 2556 ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามไม่มีรายใดแจ้งว่า ผลประกอบการจะดีขึ้นกว่าปี 2556
2. ปัญหาด้านการแข่งขันราคามีผลกระทบต่อเอสเอ็มอีมากที่สุด ผู้ตอบแบบสอบถาม 50% แจ้งว่าได้ประสบกับปัญหาด้านการแข่งขันราคาอย่างมากที่สุด ขณะที่ 40% มีปัญหาด้านการแข่งขันราคา และมีความเห็นว่าจะได้รับผลกระทบด้านราคาระดับปานกลาง 10% ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามไม่มีรายใดแจ้งว่าไม่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคา
3. ยอดขายของเอสเอ็มอี ปี 2557 คาดว่าจะลดลงอย่างมาก จากแบบสอบถามพบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 40% ยอดขายปี 2557 จะลดลงจากปีที่แล้วอย่างมาก และผู้ประกอบการที่มียอดขายลดลงเล็กน้อยมีอยู่ 50% และมียอดขายเท่าเดิม 10% โดยไม่มีผู้ประกอบการรายใดแจ้งว่าจะมียอดขายดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว
4. ความเชื่อมั่นของเอสเอ็มอีอยู่ในระดับต่ำสุด จากแบบสอบถามด้านความเชื่อมั่นของเอสเอ็มอีต่อผลประกอบการในปี 2557 พบว่า มีความเชื่อมั่นต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำมาก คิดเป็น 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ขณะที่ความเชื่อมั่นระดับเฉลี่ย 65-70 ซึ่งเป็นระดับความเชื่อมั่นปานกลางมีผู้ตอบแบบสอบถามคิดเป็น 20% ส่วนผู้ประกอบการที่ยังให้ความเชื่อมั่นในระดับดีที่ระดับมากกว่า 80 มีผู้ตอบแบบสอบถามคิดเป็น 10% ขณะเดียวกัน ไม่มีผู้ประกอบการ SME รายใดเชื่อมั่นว่าธุรกิจปี 2557 จะอยู่ที่ระดับ 100 ซึ่งถือเป็นระดับดี
ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ยังมีความวิตกเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ แต่เฉพาะหน้ามีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นทางอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. เดือนธันวาคม 2556 อยู่ที่ระดับ 88.5 ต่ำสุดในรอบ 2 ปี
5. ปัญหาต้นทุนสูง การขาดแคลนแรงงาน และ การขาดสภาพคล่องเป็นปัญหาสำคัญ
นายวิศิษฎ์ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอแนะที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ ได้แก่ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองให้เร็วที่สุด เพราะวิกฤตการเมืองในประเทศหากยืดเยื้อ หรือ มีความรุนแรง กลุ่มเอสเอ็มอีจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
นอกจากนี้ ควรช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง โดยให้ เอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างแท้จริง การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาท ไม่ให้ผันผวนมากเกินไป ช่วยเหลือยกระดับมาตรฐานการผลิต และ การลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงการตรึงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยไม่ควรนำมาเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง โดยการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นกลไกของคณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งภาครัฐไม่ควรเข้ามาแทรกแซง
อย่างไรก็ดี ต้องแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจของเอสเอ็มอี อาทิ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายประเภทต่างๆ ทำให้เงินของเอสเอ็มอีไปอยู่ที่ภาครัฐ และขอคืนได้ยาก มีการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง ขอให้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐยืดอายุหนี้ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ในพื้นที่การชุมนุม และได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง รวมถึงมีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้มีความชัดเจน เพื่อที่จะสามารถนำแรงงานต่างด้าวเข้ามารองรับการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม







