
อเบอร์ดีนชูจุดแข็งกองตปท.
ขยายตลาดลงทุนชิ่งหุ้นไทยผันผวนเพิ่มช่องทางตั้งเป้าสินทรัพย์โต15-20%
ขยายตลาดลงทุนชิ่งหุ้นไทยผันผวนเพิ่มช่องทางตั้งเป้าสินทรัพย์โต15-20%
อเบอร์ดีนเปิดเผยปี 2557 ตั้งเป้าโต 15-20% ชูจุดแข็งกองทุนนอก พร้อมขยายธุรกิจสำรองเลี้ยงชีพเต็มสูบ
น.ส.สุจารี จันทร์สว่าง กรรมการและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า แผนงานในปี 2557 บริษัทตั้งเป้าขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) เติบโตประมาณ 15-20% จากปี 2556 มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 3.79 หมื่นล้านบาท
“ภาพรวมปีที่ผ่านมาบริษัทยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะกองทุนหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ปี 2556 เติบโตประมาณ 15% น.ส.สุจารี กล่าว
ทั้งนี้ แบ่งเป็น กองทุนรวม 3.29 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,464.04 ล้านบาท หรือ 13.11% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ที่ 4,345.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 571.08 ล้านบาท หรือ 15.13% กองทุนส่วนบุคคลอยู่ที่ 575.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 423.38 ล้านบาท หรือ 279%
สำหรับแผนงานในปี 2557 นี้ จะเน้นกองทุนรวมต่างประเทศซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัท เนื่องจากมองทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยปีนี้จะผันผวน จึงแนะนำให้ลูกค้ากระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นต่างประเทศ เพื่อเพิ่มผลตอบแทน โดยเฉพาะตลาดหุ้นพัฒนาแล้วที่ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี
“ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา อเบอร์ดีนได้แนะนำให้ลูกค้าเริ่มเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น โดยอเบอร์ดีนเป็นผู้นำสไตล์บริหารกองทุนในเชิงรุก ไม่ได้เป็นกองทุนที่หาผลตอบแทนเกาะดัชนี ทำให้ลูกค้าจึงตอบรับค่อนข้างดี อีกทั้งอเบอร์ดีนมีทีมผู้จัดการกองทุนอยู่ทั่วโลก ซึ่งเข้าถึงข้อมูลได้มากกว่า” น.ส.สุจารี กล่าว
สำหรับกองทุนหุ้นในประเทศ โดยเฉพาะกองทุนเปิดอเบอร์ดีน สมอล แคป ลงทุนหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในไทยก็ได้รับการตอบรับจากนักลงทุน โดยมีผลตอบแทน 3 ปีและ 5 ปีย้อนหลังอยู่ในระดับที่ดี น่าจะเป็นอีกทางเลือกให้แก่นักลงทุน
น.ส.สุจารี กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนบัญชีลูกค้า 2.4 หมื่นบัญชี เพิ่มขึ้นจาก 1.4 หมื่นบัญชีในสิ้นปี 2555 โดยมียอดขายผ่านตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นและแนวโน้มน่าจะดีขึ้นหลังจากธนาคารกสิกรไทยได้นำกองทุนของบริษัทจำนวน 7 กองทุน ไปนำเสนอขายให้แก่ลูกค้าไปรเวตแบงก์ของธนาคาร ซึ่งมีประมาณ 1.5 แสนบัญชี ทำให้ยอดขายกองทุนของบริษัทเพิ่มขึ้นอีกช่องทางหนึ่ง
สำหรับกองทุนทั้ง 7 กอง ประกอบด้วย 1.กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกรท (ABG) 2.กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สมอลแค็พ (ABSM) 3.กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สยาม ลีดเดอร์ส (ABSL) 4.กองทุนเปิด อเบอร์ดีน เอเชีย แปซิฟิค เอคควิตี้ ฟันด์ (ABAPAC) 5.กองทุนเปิด อเบอร์ดีน เวิลด์ ออพพอร์ ทูนิตี้ส์ ฟันด์ (ABWOOF) 6.กองทุนเปิด อเบอร์ดีน ไชน่า เกทเวย์ ฟันด์ (ABCG) และ 7.กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อีเมอร์จิ้ง ออพพอร์ทูนิตี้ส์ บอนด์ ฟันด์ (AEOB)
นอกจากนี้ กองทุนของบริษัทยังถูกเลือกให้นำไปเสนอขายให้แก่ลูกค้าทิสโก้แบงก์ เวลธ์และกรุงศรีเวลธ์ โดยในปีนี้จะมีอีก 23 แห่งเพิ่มรวมทั้งยอดขายกองทุนผ่านยูนิตลิงค์ที่ทำร่วมกับเอไอเอก็เพิ่มขึ้น
น.ส.สุจารี กล่าวว่า ในปี 2557 นี้ บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้น จากสิ้นปีที่ผ่านมามีลูกค้าจำนวน 24 ราย และต้นปีนี้มีลูกค้าเอกชนเพิ่มเข้ามาอีก 3 ราย ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหลายนายจ้าง (พูลฟันด์) ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ของพูลฟันด์เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 600 ล้านบาท ส่วนกองทุนเดี่ยว (ซิงเกิลฟันด์) มีมูลค่า 4,000 กว่าล้านบาท
สำหรับธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลของบริษัทกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ 400 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่า บลจ.อื่นคงจะดำเนินธุรกิจค่อยเป็นค่อยไป โดยเงินลงทุนกลุ่มนี้อยู่ในหุ้นทั้งหมดต่างจาก บลจ.อื่นที่ส่วนใหญ่อาจ อยู่ในตราสารหนี้และหุ้นผสมกัน







