
ซีไอเอ็มบีให้3.05%ตราสารหนี้6เดือน
บลจ.ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล มองเศรษฐกิจไทยชะลอ ชูลงทุนตราสารหนี้ 6 เดือน ผลตอบแทน 3.05%
บลจ.ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล มองเศรษฐกิจไทยชะลอ ชูลงทุนตราสารหนี้ 6 เดือน ผลตอบแทน 3.05%
นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดเสนอขายกองทุนเปิดซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล เอ็นแฮนซ์ ตราสารหนี้ 6M17 (CIMBPRINCIPAL EFI 6M17) อายุโครงการประมาณ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท เสนอขายครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 27-29 ม.ค. 2557
กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ภาคธนาคาร และเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ ส่วนที่ลงทุนในต่างประเทศจะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ที่ลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน ประมาณการผลตอบแทน 3.05% ต่อปี
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.25% ในการประชุมวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่านโยบายการเงินแบบผ่อนปรนในปัจจุบันยังคงเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่ยืดเยื้อก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัว ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าภาวะดอกเบี้ยไทยจะคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องไปอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรืออาจมีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในการประชุมของ กนง.ครั้งต่อไป
“เรามองว่าในภาวะที่เศรษฐกิจไทยชะลอตัวและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำและระยะเวลาการลงทุนสั้น และต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าการลงทุนกับตราสารหนี้ในประเทศที่มีอายุใกล้เคียงกันน่าจะเหมาะกับกองทุน 6 เดือนนี้
เราขอเสนอทางเลือกในการลงทุนในกองทุนเปิดซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล เอ็นแฮนซ์ ตราสารหนี้ 6M17 ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ที่ลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อายุการลงทุนประมาณ 6 เดือน ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วอยู่ที่ 3.05% ต่อปี พร้อมนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน โดยผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี” นายจุมพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม บลจ.ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล เชื่อว่านักลงทุนจะให้ความสนใจลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ เนื่องจากกองทุนสามารถให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ ประกอบกับความผันผวนของตลาดหุ้นและสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ และรวมถึงการที่สำนักวิจัยหลายแห่งมองว่าอัตราดอกเบี้ยไทยมีโอกาสปรับลดลงได้อีกในอนาคต ดังนั้นผู้ลงทุนอาจจะพิจารณาเลือกลงทุนเพื่อล็อกอัตราผลตอบแทนในระดับดังกล่าวไว้ และนับเป็นการบริหารจัดการทางการเงินส่วนบุคคลได้เป็นอย่างดี







