
ผลกระทบที่มองไม่เห็น
การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลรักษาการ เมื่อวันพุธที่ 22 ม.ค. 2557 ที่ผ่านมานั้น หากมองตามมาตรฐานสากลแล้วถือเป็นสถานการณ์ที่ตึงเครียดและมีเหตุร้ายแรงที่ต้องมีการควบคุมและจัดการอย่างเด็ดขาดโดยรัฐ แต่ในความเป็นจริงคุณผู้อ่านทุกท่านก็จะเห็นนะคะว่าสำหรับกรณีในประเทศไทยแล้วเป็นการฉีกตำราเห็นๆ
การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลรักษาการ เมื่อวันพุธที่ 22 ม.ค. 2557 ที่ผ่านมานั้น หากมองตามมาตรฐานสากลแล้วถือเป็นสถานการณ์ที่ตึงเครียดและมีเหตุร้ายแรงที่ต้องมีการควบคุมและจัดการอย่างเด็ดขาดโดยรัฐ แต่ในความเป็นจริงคุณผู้อ่านทุกท่านก็จะเห็นนะคะว่าสำหรับกรณีในประเทศไทยแล้วเป็นการฉีกตำราเห็นๆ
เพราะแทนที่เราจะเห็นภาพการระดมเจ้าหน้าที่ความมั่นคงออกมาคุมสถานที่ต่างๆ กันอย่างหนาตาและประชาชนต้องปรับตัวเรื่องการชีวิตอย่างมาก รวมถึงภาพความรุนแรงจากการปราบปรามที่อาจเกิดขึ้นได้
การณ์กลับกลายเป็นว่าในพื้นที่ที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ เลยจากประชาชนทั่วไป ทั้งคนที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม คนที่ต้านรัฐบาลก็มาร่วมม็อบตามปกติ ประชาชนทั่วไปในจุดอื่นๆ ก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ เดินทางมาทำงาน ช็อปปิ้งเที่ยวตามปกติเหมือนเดิมในพื้นที่ที่ ไม่ได้มีการชุมนุมแต่อย่างใด ส่วนปริมาณเจ้าหน้าที่ที่ลงมาปฏิบัติงานตามคำสั่งก็ปกติ
แน่นอนว่าในระยะสั้นๆ เรายังคงไม่เห็นผลกระทบจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีต่อเศรษฐกิจโดยรวมมากนัก แต่ตามมาตรฐานสากลนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่จริงจังและร้ายแรงที่กระทบต่อสภาพการลงทุนในประเทศนั้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
ในทางปฏิบัติแล้วผู้จัดการกองทุนต่างประเทศถ้าเห็นว่าประเทศที่เขาลงทุนอยู่นั้นเกิดประกาศภาวะฉุกเฉินขึ้นมาเขาก็จะทำการเทขายสินทรัพย์ที่ลงทุนออกทันทีค่ะเพื่อลดความเสี่ยงส่งผลต่อราคาหุ้น ราคาตราสารหนี้ และค่าเงินให้ร่วงลงอย่างชัดเจนค่ะ
แม้ว่าในช่วงที่ประเทศไทยประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ตลาดเงินตลาดทุนบ้านเราจะฟื้นตัวขึ้นมาบ้างในระยะสั้น แต่ต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมาภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลให้มีการถล่มขายสินทรัพย์จากนักลงทุนต่างประเทศและสถาบันในประเทศอย่างชัดเจนค่ะ
และแม้ว่านักลงทุนจะเริ่มชินกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่การที่คง พ.ร.ก.เอาไว้ ก็เป็นตัวที่ถ่วงไม่ให้เกิดการดีดตัวกลับมาของราคาสินทรัพย์ในประเทศเช่นกันค่ะ เรียกว่าแม้ราคาจะไม่ลงไปมากกว่านี้แล้ว แต่ก็ขึ้นได้ลำบากค่ะ
ขณะเดียวกันราคาสินทรัพย์ที่ลดลงและความเชื่อมั่นที่แย่ลงก็จะกระทบความมั่งคั่งและการจับจ่ายในประเทศอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็ขอภาวนาให้ทุกอย่างจบลงด้วยความรวดเร็วนะคะ







