posttoday
รายย่อยปรับภาวะฉุกเฉินม็อบยื้อเกิน 2 เดือนธุรกิจอ่วม

รายย่อยปรับภาวะฉุกเฉินม็อบยื้อเกิน 2 เดือนธุรกิจอ่วม

24 มกราคม 2557

ดวงใจ จิตต์มงคล

ดวงใจ จิตต์มงคล

ปฏิบัติการ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” ของ กปปส.ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา นำมาสู่การใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระยะเวลา 60 วันในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมของมวลชน ขณะที่เจ้าของสินค้าต่างๆ รวมถึงเอสเอ็มอี โดยเฉพาะขนาดเล็ก ต่างเริ่มหันมาปรับแผนธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับชีวิต กิน อยู่ ของคนเมืองหลวงที่เปลี่ยนไปจากการชุมนุมที่เกิดขึ้น

ชลลดา เวียงทอง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท รูท มีเดีย ตัวแทนผู้ผลิตสื่อโฆษณานอกสถานที่ (เอาต์ ออฟ โฮม มีเดีย) รายย่อย เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับตัวทางธุรกิจมาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นใน 7 จุดหลักทั่ว กทม. ที่ส่งผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไปในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บริษัทได้นำเทคโนโลยีผ่านอุปกรณ์สื่อสาร (ดีไวซ์) ประเภทต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด อาทิ การย่อแผนงาน (บรีฟ) ให้กับลูกค้าแทนการใช้พนักงานส่งเอกสาร (เมสเซนเจอร์) เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่ติดขัดจากการชุมนุมในจุดต่างๆ ของกรุงเทพฯ ชั้นใน รวมถึงการใช้อีเมลเพื่อติดต่อกับลูกค้า จากเดิมที่ฝ่ายขายหรือฝ่ายการตลาดจะต้องเป็นผู้เดินทางไปหาลูกค้าเอง เป็นต้น

“บริษัทยังใช้วิธีโทรศัพท์ถึงตรงลูกค้า เพื่อชี้แจง ประชาสัมพันธ์รายละเอียด โปรโมชั่นต่างๆ ด้วยเพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและบริษัทอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าลูกค้าจะยังไม่ตัดสินใจซื้องานในช่วงนี้ก็ตาม แต่หากการชุมนุมยุติลงก็อาจทำให้ลูกค้านึกถึงบริษัทเป็นลำดับแรกๆ” ชลลดา กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังได้แนะนำสินค้าผ่านช่องทางเว็บไซต์รูท มีเดีย เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อรักษาฐานรายได้ธุรกิจเอาไว้ให้คงที่ต่อเดือน จากในช่วงปลายปีที่ผ่านมายอมรับว่าธุรกิจจัดงาน (อีเวนต์) ที่ควบคู่กันไปกับงานติดตั้งสื่อนอกสถานที่ ภายในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบมากสุด ซึ่งในบางครั้งผู้รับงานมักแนะนำให้มีการจัดอีเวนต์ในต่างจังหวัดแทน และหากการชุมนุมยังยืดเยื้อออกไปอีก 2 เดือน คาดส่งผลกระทบหนักกับธุรกิจแน่นอน

เช่นเดียวกับ วิลาสินี ชูรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามรุ่งเรืองกิจ ผู้ดำเนินธุรกิจเสื้อผ้าค้าส่งย่านประตูน้ำ แบรนด์ดีวาล่า (Dewala) กล่าวว่า จากการชุมนุม 7 จุดในกรุงเทพฯ ยอมรับว่าส่งผลกระทบกับทุกธุรกิจ ซึ่งในขณะนี้ได้เริ่มชะลอการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของลูกค้าจากทั้งในและต่างประเทศ ไปพร้อมกับการติดตามสถานการณ์การชุมนุมแบบวันต่อวัน

ขณะเดียวกัน บริษัทยังหันมาคุมสต๊อกสินค้าและเน้นทำตลาดประเทศเพื่อนบ้าน คือ พม่าเพื่อกระจายสินค้าออกไปเพื่อลดสต๊อกสินค้าในประเทศไปพร้อมกัน รวมถึงลดการผลิตสินค้าที่เป็นแฟชั่นให้น้อยลงเพราะมีอายุสั้น แต่เน้นผลิตสินค้าในรูปแบบที่ใส่ได้หลายโอกาสแทน ซึ่งยอดขายอาจไม่พุ่งสูงเหมือนกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น แต่สามารถขายได้เรื่อยๆ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องสต๊อกสินค้า

“หากมองในเชิงธุรกิจก็ต้องปรับแผน แต่ส่วนตัวแล้วไม่คิดมาก เพราะทุกอาชีพกระทบเหมือนกัน แต่อยากให้มองในภาพรวม คิดอย่างเดียวว่าต้องปฏิรูป เอาชาติบ้านเมืองก่อน เรื่องตัวเองไว้ทีหลัง” วิลาสินี กล่าว

ณัฐลักษ์ สายสุข ผู้ผลิตสินค้าเครื่องประดับ ของตกแต่ง จากงานฝีมือ (แฮนด์เมด) ภายใต้แบรนด์ 888 บลอสซัม กล่าวว่า จากสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นถึงขณะนี้ ธุรกิจยังเน้นทำการตลาดสินค้าอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ช่วงนี้จะไม่ก่อให้เกิดการสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ก็ตาม แต่เพื่อให้ลูกค้ายังจดจำแบรนด์สินค้าเราได้ และเพิ่มรายการสินค้า (ไอเท็ม) ใหม่ๆ เพื่อให้แบรนด์มีความเคลื่อนไหว และยังส่งเสริมสินค้าหลัก เช่น เครื่องประดับ เป็นต้น

นี่คือตัวอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ ขณะเดียวกันต้องหาเครื่องมือใหม่ๆ ที่จะช่วยทำธุรกิจต่อไป ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ